โรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง ซื้อประกันภัยโรคร้ายแรง
ครอบคลุมโรคใดบ้าง?

โรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง ซื้อประกันภัยโรคร้ายแรง ครอบคลุมโรคใดบ้าง?

ในปัจจุบันนี้ โรคระบาด หรือโรคต่างๆ มีมากมาย และค่ารักษาพยาบาลก็สูงขึ้นเรื่อยๆ หลายคนจึงหันมาให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยสุขภาพ โดยเฉพาะประกันภัยโรคร้ายแรงที่มีความเสี่ยงสูงและค่ารักษาพยาบาลแพง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าโรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง ประกันภัยโรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง และประกันภัยโรคร้ายแรงคุ้มครองโรคอะไร บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับโรคร้ายแรงและเลือกประกันที่เหมาะสมกับคุณ


โรคร้ายแรงคืออะไร? โรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง

โรคร้ายแรงคืออะไร? โรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง

โรคร้ายแรง (Critical Illness) หมายถึง โรคหรือภาวะทางการแพทย์ที่มีความรุนแรงสูง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ มักมีอัตราการเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และต้องการการดูแลรักษาที่ซับซ้อน ใช้เวลานาน มีค่าใช้จ่ายสูง

โรคร้ายแรงส่วนใหญ่มีลักษณะเฉพาะคือ

  • เกิดขึ้นโดยฉับพลันหรือพัฒนาอย่างรวดเร็ว
  • ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียการทำงานของอวัยวะสำคัญ
  • ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนหรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • มีผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันและการทำงาน
  • มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง บางครั้งอาจสูงถึงหลายล้านบาท

ในแง่ของการประกันภัยสุขภาพ โรคร้ายแรงจะถูกนิยามอย่างชัดเจนในกรมธรรม์ และมักครอบคลุมโรคที่มีความเสี่ยงสูงต่อชีวิตและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น การทำประกันภัยโรคร้ายแรงจึงเป็นการเตรียมความพร้อมทางการเงินสำหรับค่าใช้จ่ายมหาศาลที่อาจเกิดขึ้นหากมีการเจ็บป่วยด้วยโรคเหล่านี้

7 โรคร้ายแรงที่พบมากในไทย

โรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง โรคร้ายแรงที่พบบ่อยในประเทศไทยมีหลายชนิด โดยแต่ละโรคมีลักษณะ สาเหตุ และวิธีป้องกันที่แตกต่างกันไป ต่อไปนี้คือ 7 โรคร้ายแรงที่พบมากในไทย

  1. โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ซึ่งส่งผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ ในระยะยาว

พฤติกรรมเสี่ยง: การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ขาดการออกกำลังกาย มีน้ำหนักเกิน และมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน

อาการเบื้องต้น: กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ และแผลหายช้า

วิธีป้องกัน: ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ

  1. โรคมะเร็งและเนื้องอก

มะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งสามารถลุกลามและแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ มะเร็งที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่

พฤติกรรมเสี่ยง: สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ได้รับสารก่อมะเร็ง และมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง

อาการเบื้องต้น: น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เหนื่อยง่าย มีก้อนผิดปกติ ปวดเรื้อรัง และมีเลือดออกผิดปกติ

วิธีป้องกัน: หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี

5 โรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง โรคมะเร็งและเนื้องอก
   3. โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่แรงดันเลือดในหลอดเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

พฤติกรรมเสี่ยง: รับประทานอาหารเค็ม ขาดการออกกำลังกาย มีน้ำหนักเกิน เครียดเรื้อรัง และมีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง

อาการเบื้องต้น: ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่อาจมีอาการปวดศีรษะ เลือดกำเดาไหล ใจสั่น และเหนื่อยง่าย

วิธีป้องกัน: ลดการรับประทานอาหารเค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดความเครียด และตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ

   4. โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคหลอดเลือดหัวใจเกิดจากการตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

พฤติกรรมเสี่ยง: สูบบุหรี่ มีภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคเบาหวาน ขาดการออกกำลังกาย และมีความเครียด

อาการเบื้องต้น: เจ็บหรือแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย ใจสั่น และเหงื่อออกมาก

วิธีป้องกัน: ไม่สูบบุหรี่ ควบคุมระดับไขมันในเลือด ควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

   5. โรคเกี่ยวกับตับ

โรคตับมีหลายชนิด เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับที่มีหน้าที่สำคัญในการกำจัดสารพิษและสร้างสารที่จำเป็นต่อร่างกาย

พฤติกรรมเสี่ยง: ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ได้รับสารพิษ และติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ

อาการเบื้องต้น: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ตัวเหลือง ตาเหลือง และท้องมาน

วิธีป้องกัน: หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ และตรวจคัดกรองโรคตับเป็นประจำ

5 โรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง โรคเกี่ยวกับตับ
   6. โรคหลอดเลือดในสมอง

โรคหลอดเลือดในสมอง หรือโรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากการตีบ อุดตัน หรือแตกของหลอดเลือดในสมอง ทำให้สมองขาดเลือดและออกซิเจน

พฤติกรรมเสี่ยง: สูบบุหรี่ มีภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคเบาหวาน และขาดการออกกำลังกาย

อาการเบื้องต้น: แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด มึนงง และปวดศีรษะรุนแรง

วิธีป้องกัน: ไม่สูบบุหรี่ ควบคุมระดับไขมันในเลือด ควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

   7. โรคปอดอักเสบหรือปอดบวม

โรคปอดอักเสบเกิดจากการติดเชื้อในปอด ทำให้ถุงลมปอดอักเสบและมีของเหลวสะสม ส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนออกซิเจน

พฤติกรรมเสี่ยง: สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ มีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคเรื้อรัง และมีอายุมาก

อาการเบื้องต้น: ไข้สูง ไอมีเสมหะ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก และอ่อนเพลีย

วิธีป้องกัน: ไม่สูบบุหรี่ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ รักษาสุขอนามัย และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย

โรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง โรคปอดอักเสบ ปอดบวม

ทำไมต้องทำประกันภัยโรคร้ายแรง?

การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงไม่เพียงกระทบต่อสุขภาพ แต่ยังสร้างภาระทางการเงินมหาศาล ทั้งค่ารักษาพยาบาลสูงและการขาดรายได้จากการต้องหยุดงาน ประกันภัยโรคร้ายแรงจึงเป็นเกราะป้องกันทางการเงินที่จะช่วยให้คุณมุ่งเน้นที่การรักษาได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน

  1. ได้รับเงินก้อนทันทีเมื่อเจ็บป่วย: ประกันภัยโรคร้ายแรงจะจ่ายเงินทันทีเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงตามที่ระบุในกรมธรรม์ ไม่ต้องรอการรักษาให้สิ้นสุด
  2. เงินก้อนใช้จ่ายได้ตามต้องการ: เงินก้อนที่ได้รับสามารถนำไปใช้ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือการพักฟื้น
  3. เป็นรายได้ทดแทนระหว่างรักษาตัว: กรณีที่ต้องหยุดงานเพื่อรักษาตัว เงินจากประกันภัยโรคร้ายแรงสามารถใช้เป็นรายได้ทดแทนได้
  4. ความคุ้มครองเสริมจากประกันภัยสุขภาพ: ประกันภัยโรคร้ายแรงเป็นความคุ้มครองเสริมจากประกันภัยสุขภาพ ช่วยให้มีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น
  5. ลดภาระการเงินของครอบครัว: ช่วยลดภาระการเงินของครอบครัวในกรณีที่ผู้เอาประกันไม่สามารถทำงานได้
  6. รับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น: ค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ประกันภัยโรคร้ายแรงช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายนี้ได้

การทำประกันภัยโรคร้ายแรงมีข้อดีอะไรบ้าง?

นอกจากประโยชน์ทางการเงินแล้ว การทำประกันภัยโรคร้ายแรงยังมีข้อดีอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่

  1. เบี้ยประกันถูกกว่าเมื่อทำตอนอายุน้อย: การทำประกันภัยโรคร้ายแรงเมื่ออายุน้อยจะมีเบี้ยประกันที่ถูกกว่า และโอกาสผ่านการพิจารณารับประกันมีมากกว่า
  2. ความคุ้มครองระยะยาว: ประกันภัยโรคร้ายแรงให้ความคุ้มครองระยะยาว ตราบใดที่มีการจ่ายเบี้ยประกันอย่างต่อเนื่อง
  3. ได้รับความคุ้มครองแม้ไม่ได้รักษาในโรงพยาบาล: ประกันภัยโรคร้ายแรงจะจ่ายเงินทันทีที่ได้รับการวินิจฉัย ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
  4. คุ้มครองโรคร้ายแรงหลายชนิด: ประกันภัยโรคร้ายแรงคุ้มครองโรคร้ายแรงหลายชนิด ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น
  5. ช่วยให้มีทางเลือกในการรักษา: เงินก้อนจากประกันภัยโรคร้ายแรงช่วยให้มีทางเลือกในการรักษามากขึ้น รวมถึงการรักษาที่ล้ำสมัยและมีค่าใช้จ่ายสูง
ประกันภัยโรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง มีข้อดีอะไรบ้าง?

ประกันภัยโรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง

ประกันภัยโรคร้ายแรงของ โลตัส มันนี่ พลัส ให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงหลายชนิด ประกันภัยโรคร้ายแรงมีโรคอะไรบ้าง ปกติมักจะแบ่งเป็นกลุ่มโรคตามระบบของร่างกาย ดังนี้

  1. โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด:
  • กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack)
  • การผ่าตัดเปลี่ยนหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Bypass Surgery)
  • การผ่าตัดลิ้นหัวใจ (Heart Valve Surgery)
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aortic Aneurysm)
  1. โรคมะเร็ง:
  • มะเร็งระยะลุกลาม (Cancer)
  • เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor)
  1. โรคระบบประสาท:
  • โรคสมองเสื่อม (Alzheimer's Disease)
  • โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease)
  • โรคเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Meningitis)
  1. โรคระบบทางเดินหายใจ:
  • ปอดอักเสบ (Pneumonia)
  • โรคปอดระยะสุดท้าย (End-stage Lung Disease)
  1. โรคระบบทางเดินอาหารและตับ:
  • ตับวาย (Liver Failure)
  • ตับอักเสบจากไวรัส (Viral Hepatitis)
  • โรคตับแข็ง (Cirrhosis)
  1. โรคไต:
  • ไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Failure)
  • การผ่าตัดเปลี่ยนไต (Kidney Transplant)
  1. โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง:
  • โรคเอดส์ (AIDS)
  • โรคเอสแอลอี (Systemic Lupus Erythematosus)
  1. โรคเบาหวาน:
  • เบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อน (Diabetes with Complications)
  1. การสูญเสียอวัยวะ:
  • การสูญเสียการมองเห็น (Blindness)
  • การสูญเสียการได้ยิน (Deafness)
  • การสูญเสียการพูด (Loss of Speech)
  • การสูญเสียแขนหรือขา (Loss of Limbs)
ควรซื้อประกันภัยโรคร้ายแรงเมื่อไหร่? ประกันภัยโรคร้ายแรงมีโรคอะไรบ้าง

ควรซื้อประกันภัยโรคร้ายแรงเมื่อไหร่?

การตัดสินใจว่าควรซื้อประกันภัยโรคร้ายแรงเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่โดยทั่วไปแล้ว ควรพิจารณาทำประกันภัยโรคร้ายแรงเมื่อ

  1. อายุยังน้อย: เบี้ยประกันจะถูกกว่าและโอกาสผ่านการพิจารณารับประกันมีมากกว่า
  2. เริ่มมีภาระทางการเงิน: เช่น มีหนี้สิน มีครอบครัว หรือมีผู้พึ่งพารายได้
  3. มีประวัติครอบครัวเป็นโรคร้ายแรง: เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงในอนาคต
  4. ทำงานที่มีความเสี่ยง: บางอาชีพมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงมากกว่าอาชีพอื่น
  5. ต้องการความมั่นคงทางการเงิน: ประกันภัยโรคร้ายแรงช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในยามเจ็บป่วย

ก่อนซื้อประกันภัยโรคร้ายแรงต้องตรวจสุขภาพหรือไม่?

การซื้อประกันภัยโรคร้ายแรงมักต้องผ่านการพิจารณารับประกัน ซึ่งอาจต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทประกันและปัจจัยอื่นๆ ดังนี้

  1. อายุและทุนประกัน: หากอายุน้อยและทุนประกันไม่สูง อาจไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ
  2. ประวัติสุขภาพ: หากมีประวัติสุขภาพที่ดี ไม่มีโรคประจำตัว อาจไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ
  3. นโยบายของบริษัทประกัน: บางบริษัทอาจมีนโยบายที่ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพสำหรับแผนประกันบางประเภท
  4. การตอบคำถามสุขภาพ: การตอบคำถามสุขภาพอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมาอาจช่วยลดความจำเป็นในการตรวจสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม การตรวจสุขภาพก่อนทำประกันอาจเป็นประโยชน์ เพราะช่วยให้ทราบสถานะสุขภาพปัจจุบัน และอาจได้รับเงื่อนไขความคุ้มครองที่ดีกว่า

กรณีไหนที่ประกันภัยโรคร้ายไม่คุ้มครอง?

ประกันภัยโรคร้ายแรงอาจมีข้อยกเว้นความคุ้มครองในบางกรณี ซึ่งผู้เอาประกันควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ ข้อยกเว้นทั่วไปได้แก่

  1. โรคที่เป็นอยู่แล้วก่อนทำประกัน: โรคที่เป็นอยู่ก่อนทำประกันหรือโรคที่เคยเป็นมาก่อนมักไม่ได้รับความคุ้มครอง
  1. ระยะเวลารอคอย: ประกันภัยโรคร้ายแรงมักมีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ซึ่งหากเกิดโรคร้ายแรงในช่วงนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง โดยทั่วไปมักเป็นเวลา 90-180 วันนับจากวันที่เริ่มทำประกัน
  2. การปกปิดข้อมูลสุขภาพ: หากมีการปกปิดข้อมูลสุขภาพหรือให้ข้อมูลเท็จ บริษัทประกันอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
  3. การฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง: การเจ็บป่วยที่เกิดจากการฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเองมักไม่ได้รับความคุ้มครอง
  4. การใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์: โรคร้ายแรงที่เกิดจากการใช้สารเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำอาจไม่ได้รับความคุ้มครอง
  5. โรคที่ไม่ได้ระบุในกรมธรรม์: โรคร้ายแรงที่ไม่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์จะไม่ได้รับความคุ้มครอง

สรุป

โรคร้ายแรงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะอายุเท่าไร 7 โรค หรือ 5 โรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง และอาจส่งผลกระทบทางการเงินอย่างรุนแรง การทำประกันภัยโรคร้ายแรงจึงเป็นวิธีหนึ่งในการวางแผนการเงินและการดูแลสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ประกันภัยโรคร้ายแรงของ โลตัส มันนี่ พลัส มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมโรคร้ายแรงหลายชนิด ด้วยการจ่ายเงินก้อนทันทีเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงตามที่ระบุในกรมธรรม์ โดยไม่ต้องใช้ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล ช่วยให้คุณและครอบครัวมีความมั่นคงทางการเงินในยามเจ็บป่วย

การเลือกแผนประกันภัยโรคร้ายแรงที่เหมาะสมควรพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ สุขภาพ ความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกัน และความต้องการความคุ้มครอง ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลให้ดีและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจซื้อประกันภัยโรคร้ายแรง

ความไม่ประมาทและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ถึงแม้จะมีประกันภัยโรคร้ายแรงแล้วก็ตาม การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และตรวจสุขภาพประจำปี จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพประกันภัยโรคร้ายแรง

ประเภท: ประกันภัย