ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารต่อภาษีรถยนต์ 2568 ขั้นตอนต่อภาษีรถยนต์
ต่อภาษีรถยนต์ต้องใช้เอกสาร 4 อย่าง
1) สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน)  2) หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถ เฉพาะรถเกิน 7 ปี  3) กรมธรรม์ พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ  4) บัตรประชาชนเจ้าของรถ
ต่อภาษีได้ 5 ช่องทาง: ออนไลน์ (eservice.dlt.go.th), สำนักงานขนส่ง, ไปรษณีย์, ธ.ก.ส. และเคาน์เตอร์เซอร์วิส โดยรถเกิน 7 ปีต้องตรวจสภาพก่อน
ก่อนต่อภาษีต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ  ดูประกันภัยรถยนต์และ พ.ร.บ. จากโลตัส มันนี่ พลัส

หนึ่งในหน้าที่สำคัญของเจ้าของรถที่ต้องดำเนินการทุกปีคือการต่อภาษีรถยนต์ เพื่อให้รถสามารถใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าต่อภาษีรถยนต์ใช้อะไรบ้าง ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง ต่อภาษีที่ไหนได้บ้าง และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์ เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นและไม่พลาดกำหนดเวลา

ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง

การต่อภาษีรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่หลายคนมักสับสนว่าต้องต่อภาษีรถยนต์ใช้อะไรบ้าง จนทำให้ต้องวิ่งกลับไปกลับมา เสียเวลาโดยไม่จำเป็น มาดูกันว่าเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมไปต่อภาษีรถยนต์มีอะไรบ้าง เพื่อให้การต่อภาษีของคุณเป็นเรื่องง่ายในครั้งเดียว!

การต่อภาษีรถยนต์จำเป็นต้องเตรียมเอกสารต่อทะเบียนรถให้ครบถ้วน เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ โดยเอกสารต่อภาษีรถยนต์ที่ต้องเตรียมมีดังนี้

     1. สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียนรถ)

สมุดคู่มือจดทะเบียนรถหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "เล่มทะเบียน" เป็นเอกสารต่อภาษีรถยนต์สำคัญที่สุดสำหรับการต่อภาษีรถยนต์ เนื่องจากเป็นเอกสารที่แสดงความเป็นเจ้าของและรายละเอียดของรถยนต์ คุณต้องนำเล่มทะเบียนรถตัวจริงไปด้วยทุกครั้งเมื่อไปต่อภาษี เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องบันทึกประวัติการต่อภาษีลงในเล่มทะเบียน

หากเล่มทะเบียนสูญหาย คุณจะต้องแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน แล้วนำใบแจ้งความไปติดต่อที่สำนักงานขนส่งเพื่อทำเล่มทะเบียนใหม่ก่อนที่จะดำเนินการต่อภาษีรถยนต์

     2. หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถ

รถยนต์ที่จดทะเบียนมาแล้วเกิน 7 ปี จะต้องผ่านการตรวจสภาพรถก่อนการต่อภาษี โดยสามารถนำรถไปตรวจสภาพได้ที่

  • สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก
  • สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ

เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว คุณจะได้รับ "ใบรับรองการตรวจสภาพรถ" หรือที่เรียกว่า "ใบตรวจสภาพรถ" ซึ่งมีอายุ 30 วันนับจากวันที่ตรวจ

สำหรับรถที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี ไม่จำเป็นต้องนำรถไปตรวจสภาพ แต่ในกรณีที่รถยนต์มีการดัดแปลงสภาพรถ เช่น เปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่องยนต์ จะต้องนำรถไปตรวจสภาพก่อนเสมอ

     3. กรมธรรม์ พ.ร.บ. รถยนต์

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) เป็นประกันภัยภาคบังคับที่เจ้าของรถทุกคันต้องทำตามกฎหมาย คุณจะต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุเมื่อไปต่อภาษีรถยนต์

หาก พ.ร.บ. หมดอายุ คุณสามารถต่อ พ.ร.บ. ได้ที่

     4. บัตรประชาชนของเจ้าของรถ

บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทน (กรณีเป็นนิติบุคคล) เป็นเอกสารต่อภาษีรถยนต์สำคัญที่ต้องใช้ในการยืนยันตัวตน

ในกรณีที่มอบหมายให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทน จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท และสำเนาบัตรประชาชนของทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง


ต่อภาษีรถยนต์ที่ไหนได้บ้าง?

ปัจจุบันการต่อภาษีรถยนต์สามารถทำได้หลายช่องทาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ดังนี้

     1. ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

การต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์เป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด สามารถดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก (https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf) หรือแอปพลิเคชัน DLT Smart Service โดยมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  • ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบ
  • เลือกรายการ "ต่อภาษีรถยนต์"
  • กรอกหมายเลขทะเบียนรถและข้อมูลเจ้าของรถ
  • ตรวจสอบข้อมูลและชำระค่าภาษี (สามารถชำระผ่านบัตรเครดิต, Mobile Banking หรือ Internet Banking)
  • พิมพ์ใบเสร็จรับเงินและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (สามารถใช้ใบเสร็จฉบับดิจิทัลได้ในระหว่างรอรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีทางไปรษณีย์)

หมายเหตุ: การต่อภาษีออนไลน์มีเงื่อนไขว่ารถยนต์ต้องมีอายุไม่เกิน 7 ปี หรือหากเกิน 7 ปี ต้องได้รับการตรวจสภาพรถและบันทึกผลในระบบแล้ว และต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ

     2. สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ

สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศให้บริการต่อภาษีรถยนต์ในวันและเวลาราชการ (จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-16.30 น.) โดยบางแห่งอาจเปิดให้บริการในวันเสาร์ด้วย

ข้อดีของการไปต่อภาษีที่สำนักงานขนส่งคือสามารถดำเนินการได้ครบวงจร ทั้งการตรวจสภาพรถ (กรณีรถอายุเกิน 7 ปี), ทำ พ.ร.บ., ชำระภาษี และรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีได้ในคราวเดียว

     3. ที่ทำการไปรษณีย์

ที่ทำการไปรษณีย์ไทยหลายแห่งมีบริการรับต่อภาษีรถยนต์ โดยต้องเตรียมเอกสารต่อทะเบียนรถให้ครบถ้วนตามที่กล่าวไว้ข้างต้น หลังจากดำเนินการเสร็จสิ้น คุณจะได้รับใบเสร็จรับเงินและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีในทันที

     4. ธนาคาร ธ.ก.ส.

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หลายสาขาให้บริการต่อภาษีรถยนต์เช่นกัน โดยมีขั้นตอนและเอกสารต่อภาษีรถยนต์ที่ต้องใช้เหมือนกับการต่อภาษีที่สำนักงานขนส่ง

     5. เคาน์เตอร์เซอร์วิส

เคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้านสะดวกซื้อบางแห่งให้บริการรับต่อภาษีรถยนต์ ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่สะดวกเนื่องจากมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศและเปิดให้บริการในเวลาที่ยาวนานกว่าหน่วยงานราชการ

เคล็ดลับ: อย่าลืมต่อ พ.ร.บ. และเช็กประกันภาคสมัครใจก่อนต่อภาษี — ดูประกันภัยรถยนต์จากโลตัส เปรียบเทียบหลายบริษัทในที่เดียว แบ่งจ่ายสบายๆ 0%* สูงสุด 10 เดือน

ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์

ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ 2568

หลังจากที่เตรียมเอกสารต่อภาษีรถยนต์ครบแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการดำเนินการต่อภาษีรถยนต์ ซึ่งมีกระบวนการไม่ซับซ้อนอย่างที่หลายคนกังวล เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ คุณก็จะสามารถต่อภาษีรถได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย

     1. นำรถไปตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่ง หรือ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.)

หากรถของคุณมีอายุเกิน 7 ปี จำเป็นต้องนำรถไปตรวจสภาพก่อน ทั้งที่สำนักงานขนส่งหรือที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาต โดยการตรวจสภาพจะพิจารณาความปลอดภัยในการใช้รถบนท้องถนน เช่น ระบบเบรก ไฟสัญญาณ น้ำมันรั่วซึม ควันดำ เป็นต้น

เมื่อผ่านการตรวจสภาพ คุณจะได้รับ "ใบรับรองการตรวจสภาพรถ" ซึ่งมีอายุ 30 วัน นับจากวันที่ตรวจ

     2. ชำระเงินค่าภาษีรถยนต์ตามช่องทางต่างๆ

นำเอกสารต่อภาษีรถยนต์ที่เตรียมไว้ทั้งหมด ได้แก่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ, ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (กรณีรถอายุเกิน 7 ปี), กรมธรรม์ พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ และบัตรประชาชน ไปยังจุดให้บริการต่อภาษีตามช่องทางที่คุณสะดวก

เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและคำนวณค่าภาษีตามประเภทและอายุของรถยนต์ จากนั้นคุณสามารถชำระค่าภาษีได้ด้วยเงินสด บัตรเครดิต หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ตามที่จุดบริการนั้นรองรับ

     3. บันทึกรายการค่าภาษีรถ

หลังจากชำระค่าภาษีเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะบันทึกการเสียภาษีประจำปีลงในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ หรือในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (กรณีต่อภาษีออนไลน์)

     4. รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และหนังสือแสดงการจดทะเบียน

เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น คุณจะได้รับ

  • ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีประจำปี
  • เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (แผ่นป้ายสีที่ต้องติดที่กระจกหน้ารถ)
  • สมุดคู่มือจดทะเบียนรถที่บันทึกประวัติการต่อภาษีเรียบร้อยแล้ว

ในกรณีที่ต่อภาษีออนไลน์ คุณจะได้รับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ทันที และเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจะถูกส่งทางไปรษณีย์ภายใน 7 วันทำการ


การต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้า

ต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้า ขั้นตอนต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

ผู้ขับขี่สามารถต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนภาษีปัจจุบันหมดอายุ การต่อภาษีล่วงหน้ามีข้อดีคือ

  • หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะลืมต่อภาษีจนเกินกำหนด ซึ่งจะมีค่าปรับ
  • ลดความแออัดในช่วงใกล้วันหมดอายุภาษี
  • มีเวลาในการวางแผนการเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการต่อภาษี

การต่อภาษีล่วงหน้าไม่ได้ทำให้ระยะเวลาของภาษีลดลง เพราะวันหมดอายุของภาษีใหม่จะนับต่อจากวันหมดอายุของภาษีปัจจุบัน ไม่ใช่นับจากวันที่ไปต่อภาษี

ข้อควรระวังในการต่อภาษี

การต่อภาษีรถยนต์มีข้อควรระวังที่ผู้ขับขี่ควรทราบ ดังนี้

  1. หากต่อภาษีเกินกำหนด จะมีค่าปรับเดือนละ 1% ของค่าภาษี แต่รวมแล้วไม่เกิน 30% ของค่าภาษี
  2. ในกรณีที่เลยกำหนดต่อภาษีนานกว่า 3 ปี การจะนำรถกลับมาใช้งานอีกครั้งจะต้องดำเนินการจดทะเบียนใหม่ ซึ่งมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า
  3. การแจ้งเลิกใช้รถชั่วคราว หากมีแผนไม่ใช้รถเป็นเวลานาน สามารถแจ้งเลิกใช้รถชั่วคราวได้ที่สำนักงานขนส่ง ซึ่งจะไม่ต้องเสียภาษีในช่วงเวลานั้น
  4. ตรวจสอบใบเสร็จและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี ว่ามีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ เช่น ชื่อ-นามสกุลของเจ้าของรถ หมายเลขทะเบียน วันหมดอายุของภาษี เป็นต้น
  5. เก็บใบเสร็จรับเงินค่าภาษีไว้ในรถเสมอ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจ

ต่อภาษีรถยนต์ราคาเท่าไหร่? อัปเดตราคา 2568

ค่าภาษีรถยนต์จะแตกต่างกันไปตามประเภทของรถ ขนาดเครื่องยนต์ น้ำหนัก และอายุของรถ โดยทั่วไปอัตราภาษีมีดังนี้

   1. รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง)
    • เครื่องยนต์ไม่เกิน 600 ซีซี: คิดซีซีละ 0.50 บาท
    • เครื่องยนต์เกิน 600-1800 ซีซี: คิดซีซีละ 1.50 บาท   
    • เครื่องยนต์เกิน 1800 ซีซี: คิดซีซีละ 4.00 บาท
   2. รถยนต์ส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง
  • รถตู้ รถแวน หรือรถ SUV ขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน
    • รถน้ำหนักไม่เกิน 500 กิโลกรัม: 150 บาท/ปี
    • รถน้ำหนักเกิน 501-750 กิโลกรัม: 300 บาท/ปี
    • รถน้ำหนักเกิน 751-1,000 กิโลกรัม: 450 บาท/ปี
    • รถน้ำหนักเกิน 1,001-1,250 กิโลกรัมขึ้นไป: 800 บาท/ปี
   3. รถบรรทุกส่วนบุคคล
  • รถกระบะ หรือรถอเนกประสงค์ที่จดทะเบียนเป็นรถบรรทุกส่วนบุคคล

นอกจากค่าภาษีรถยนต์แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องชำระพร้อมกัน ได้แก่

  • ค่า พ.ร.บ.: ประมาณ 600-1,200 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของรถ)
  • ค่าตรวจสภาพรถ (กรณีรถอายุเกิน 7 ปี): ประมาณ 200-300 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการดำเนินการ (ขึ้นอยู่กับช่องทางการต่อภาษี): 30-100 บาท
ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม

ปกป้องทรัพย์สินของคุณด้วยประกันภัยรถยนต์จาก โลตัส มันนี่ พลัส

ประกันภัยรถยนต์ Lotus's Money Plus ต่อภาษีรถยนต์ครบวงจร

การต่อภาษีรถยนต์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบในการเป็นเจ้าของรถ อีกสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการมีประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสม

โลตัส มันนี่ พลัส มีแผนประกันภัยรถยนต์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ ทั้งประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1, 2, 3, 3+ )

ด้วยจุดเด่นของประกันภัยรถยนต์จาก Lotus's Money Plus ที่มาพร้อมกับ

  • เลือกแบ่งจ่ายเงินสดหรือบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
  • มีแผนประกันให้เลือกหลากหลาย ได้ราคาดี พร้อมโปรโมชันจัดเต็ม
  • รับประกันภัยโดยบริษัทประกัน ที่คัดสรรแล้ว

สำหรับผู้ที่สนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนประกันภัยรถยนต์ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นี่

สรุป: เส้นทางสู่การขับขี่ที่อุ่นใจและถูกกฎหมาย

การต่อภาษีรถยนต์เป็นหน้าที่สำคัญของเจ้าของรถทุกคนที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนต่อภาษีรถยนต์ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและหลีกเลี่ยงการถูกปรับ ในปี 2568 นี้ กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาระบบการต่อภาษีให้มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น หลากหลายช่องทาง ทั้งการต่อภาษีทางออนไลน์ การต่อภาษีที่สำนักงานขนส่ง ไปรษณีย์ ธนาคาร หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสต่างๆ

เพียงเตรียมเอกสารต่อภาษีรถยนต์ให้ครบถ้วน ได้แก่ เล่มทะเบียนรถ ใบตรวจสภาพรถ (กรณีรถอายุเกิน 7 ปี) พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ และบัตรประชาชนของเจ้าของรถ ก็สามารถดำเนินการต่อภาษีได้อย่างราบรื่น

นอกจากการขั้นตอนต่อภาษีรถยนต์ตามกฎหมายแล้ว การทำประกันภัยรถยนต์ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องคุณและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด โลตัส มันนี่ พลัส มีแผนประกันภัยรถยนต์ที่หลากหลายให้คุณเลือกตามความต้องการและงบประมาณที่เหมาะสม

การต่อภาษีรถยนต์และการทำประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณขับขี่บนท้องถนนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยตลอดปี 2568


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์

1. ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ต้องเตรียม 4 อย่างหลัก ได้แก่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน), หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถ (เฉพาะรถอายุเกิน 7 ปี), กรมธรรม์ พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ และบัตรประชาชนของเจ้าของรถ

2. ต่อภาษีรถยนต์ 2569 ที่ไหนได้บ้าง

ต่อได้ 5 ช่องทาง ได้แก่ ออนไลน์ผ่านเว็บกรมการขนส่งทางบกหรือแอป DLT Smart Service, สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ, ที่ทำการไปรษณีย์, ธนาคาร ธ.ก.ส. และเคาน์เตอร์เซอร์วิส

3. รถกี่ปีต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษี

รถยนต์ที่จดทะเบียนเกิน 7 ปี ต้องผ่านการตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือสำนักงานขนส่งก่อนต่อภาษี ส่วนรถอายุไม่เกิน 7 ปี ไม่ต้องตรวจสภาพ ยกเว้นมีการดัดแปลงสภาพรถ

4. ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ที่ไหนได้บ้าง

ต่อ พ.ร.บ. ได้ที่บริษัทประกันภัยหรือตัวแทน สำนักงานขนส่ง เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือซื้อออนไลน์ผ่านโบรกเกอร์ พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับที่ต้องมีก่อนต่อภาษีทุกครั้ง

5. ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้ไหม

ได้ ผ่านเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก (eservice.dlt.go.th) หรือแอป DLT Smart Service ตลอด 24 ชม. โดยรถต้องอายุไม่เกิน 7 ปี หรือผ่านการตรวจสภาพและบันทึกผลในระบบแล้ว และมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ

6. ต่อภาษีรถยนต์ใช้เวลากี่วันได้ป้าย

หากต่อที่จุดบริการจะได้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีทันที ส่วนการต่อออนไลน์จะได้รับป้ายภาษีทางไปรษณีย์ภายในประมาณ 10 วันทำการ โดยใช้ใบเสร็จดิจิทัลระหว่างรอได้

7. จ่ายค่าต่อภาษีรถยนต์ด้วยบัตรเครดิตได้ไหม

ได้ ทั้งช่องทางออนไลน์และจุดบริการส่วนใหญ่รองรับบัตรเครดิต หากใช้บัตรเครดิตโลตัสจะได้รับ Lotus's Money Coin และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามเงื่อนไขบัตร

8. พ.ร.บ. กับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจต่างกันอย่างไร

พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมาย คุ้มครองเฉพาะร่างกายและชีวิต ส่วนประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+ ฯลฯ) ให้ความคุ้มครองครอบคลุมกว่า ทั้งตัวรถและคู่กรณี แนะนำทำควบคู่กัน


บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการด้านการแนะนำประกันภัยที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ งบประมาณของคุณ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้นนำที่คัดสรรแล้ว พร้อมดูแลการชำระและแบ่งชำระเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยบริการที่เข้าถึงง่าย สะดวก ที่เคาน์เตอร์โลตัส มันนี่ พลัส

สนใจบริการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • ติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส ที่ห้างโลตัสกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
  • โทร. 02 627 8888 (ศูนย์บริการโบรคเกอร์ประกันภัย)
  • เว็บไซต์: www.lotussmoney.com
  • Facebook: Lotus’s Money Plus

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด 

  • ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด
  • กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3%-15% ต่อปี
  • บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

 

ประเภท: ประกันภัยรถยนต์