ไข้หวัดใหญ่มีกี่สายพันธุ์ อันตรายแค่ไหน
น่ากลัวกว่าโควิดจริงไหม
เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มตั้งคำถามในใจว่า "ทำไมช่วงนี้คนรอบตัวป่วยบ่อย?" ทั้งที่โควิดซาลงไปแล้ว แต่ทำไมโรงพยาบาลยังแน่นขนัดไปด้วยผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ คำตอบที่น่าตกใจคือ ไข้หวัดใหญ่ กำลังกลับมาระบาดอย่างเงียบ ๆ และดูเหมือนอาการจะรุนแรงกว่าที่คิด วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าไวรัสตัวร้ายนี้มีกี่สายพันธุ์ และจริงหรือไม่ที่ปี 2026 นี้ อาจจะน่ากลัวกว่าโควิด!
ไข้หวัดใหญ่ คืออะไร ทำไมถึงกลับมาระบาดหนักทุกปี
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่จมูก คอ ไปจนถึงปอด เชื้อที่ก่อโรคเป็นไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่ตลอด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไข้หวัดใหญ่กลับมาระบาดซ้ำทุกปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว อาการมักมาเร็ว เหนื่อยล้า ปวดเมื่อย และส่งผลต่อการใช้ชีวิตมากกว่าหวัดทั่วไป
ไขข้อสงสัย : ยุคนี้ไข้หวัดใหญ่น่ากลัวกว่าโควิดจริงหรือ
หากเปรียบเทียบกันตรง ๆ โควิดเคยสร้างผลกระทบรุนแรงในวงกว้าง ทั้งการแพร่เชื้อและอัตราการเสียชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนจำนวนมากมีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนหรือการติดเชื้อมาก่อน จำนวนคนติดเชื้อโควิดลดลงเรื่อย ๆ แทบไม่พบเคสที่มีอาการรุนแรงถึงขึ้นเสียชีวิต และไม่ต้องกักตัวเป็นระยะเวลานาน ๆ เหมือนในช่วงที่โควิดเริ่มระบาดใหม่ ๆ ขณะที่ไข้หวัดใหญ่ยังคงคร่าชีวิตผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงทุกปี และหลายคนมักชะล่าใจ ไม่ป้องกัน ไม่ฉีดวัคซีน จึงทำให้ไข้หวัดใหญ่ยังเป็นโรคที่ต้องระวังอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมื่อป่วยพร้อมโรคอื่น
อัปเดต 4 สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ 2026 ที่คนไทยการ์ดตก
คนไทยส่วนใหญ่อาจยังแยกความแตกต่างระหว่าง หวัด ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ จึงไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายของไข้หวัดใหญ่ที่มี 4 สายพันธุ์หลัก ได้แก่
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (Type A)
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (Type A) เป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) สามารถแบ่งเป็นชนิดย่อย (Subtype) ตามความแตกต่างของโปรตีนของไวรัสที่เรียกว่า Hemagglutinin (H) และ Neuraminidase (N) ซึ่งเป็นต้นเหตุของการระบาดใหญ่ในอดีต เช่น H1N1 (ไข้หวัดสเปน, ไข้หวัดหมู), H3N2 (ไข้หวัดฮ่องกง), H5N1 และ H7N9 (ไข้หวัดนก)
ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จะมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ ไอ มีอาการประมาณ 5-7 วัน สามารถหายได้เองหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่บางรายก็อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หอบ เหนื่อย ปอดอักเสบ ซึ่งทำให้เกิดการเสียชีวิตได้
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Type B)
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Type B) มักระบาดมากในช่วงฤดูหนาว พบได้ในคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันเปราะบางอย่างเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ อาการอาจไม่รุนแรงและพบได้ไม่บ่อยเท่าสายพันธุ์ A แต่ก็มีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดปกติทั่วไป เช่น มีไข้สูงเฉียบพลัน เจ็บคอ ไอ อ่อนเพลีย ซึ่งยังคงต้องระวังในกลุ่มเสี่ยง เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C (Type C)
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C (Type C) อาการมักไม่รุนแรง เหมือนเป็นหวัดธรรมดา มีไข้ต่ำ มีน้ำมูก ไอ จาม ปวดหัวเล็กน้อย ไม่ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ ทำให้คนส่วนมากไม่ค่อยให้ความสำคัญและหายเองได้
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ D (Type D)
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ D (Type D) ยังถือว่าไกลตัวมนุษย์ เพราะส่วนใหญ่พบการติดเชื้อในสัตว์เลี้ยงปศุสัตว์อย่างวัว แต่ก็ต้องเฝ้าระวังไว้ เพราะไวรัสมีโอกาสข้ามสายพันธุ์ได้เสมอในอนาคต
อาการของไข้หวัดใหญ่
อาการของไข้หวัดใหญ่จะมาเร็วและชัดกว่าไข้หวัดธรรมดาที่จะค่อยเป็นค่อยไป สัญญาณเตือนที่ชัดเจนคือ
- ไข้สูงเฉียบพลัน (38-40 องศาเซลเซียส) พร้อมอาการหนาวสั่น
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง และปวดกระบอกตา
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก จนไม่อยากขยับตัว
- อ่อนเพลียจัด ไม่มีเรี่ยวแรง
- ไอแห้ง เจ็บคอ
อาการไข้หวัดใหญ่ที่ควรรีบพบแพทย์
หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีสัญญาณอันตรายเหล่านี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
- อาการในผู้ใหญ่ หายใจหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ หน้ามืดเป็นลม หรือมีอาการชัก
- อาการในเด็ก หายใจเร็ว มือเท้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวซีด ซึมลง ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารลดลง หรือมีไข้สูงแล้วชัก
เทียบอาการชัด ๆ ไข้หวัดใหญ่ VS ไข้หวัดธรรมดา VS โควิด ต่างกันตรงไหน
- ไข้หวัดธรรมดา ไข้ต่ำ คัดจมูก น้ำมูกไหลลักษณะใส ไอจามเล็กน้อย ไม่มีอาการท้องเสีย ยังใช้ชีวิตได้ปกติ อาการของโรคมักเป็นไม่เกิน 2 – 5 วัน
- ไข้หวัดใหญ่ ไข้สูงติดกันหลายวัน ปวดเมื่อยตัว ไอแห้ง ปวดศีรษะ อ่อนเพลียจนต้องนอนพัก อาการรุนแรงกว่าหวัดธรรมดาชัดเจน
- โควิด-19 มีไข้ ไอแห้ง เจ็บคอ บางรายอาจมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และหายใจลำบากร่วมด้วย
ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ อันตรายถึงชีวิต
หากปล่อยไว้หรือรักษาช้า ไข้หวัดใหญ่สามารถนำไปสู่ภาวะหายใจลําบากเฉียบพลัน โรคปอดบวม โรคหอบหืดกำเริบ หลอดลมอักเสบ หูอักเสบ โรคหัวใจ หรือทำให้โรคเรื้อรังกำเริบ ในผู้สูงอายุหรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
สาเหตุการแพร่เชื้อและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
เชื้อไวรัสแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อ ดังนั้นกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ
- เด็กเล็ก (6 เดือน - 5 ปี) และผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป)
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (ปอด หัวใจ เบาหวาน ไต)
- คนที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือได้รับยากดภูมิ
การตรวจวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่
แพทย์จะประเมินอาการและตรวจร่างกายเพื่อหารอยโรคของโรคไข้หวัดใหญ่ หากอยู่ในช่วงที่มีการระบาด อาจพิจารณาส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ป่วยสามารถติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 พร้อมกันได้ การตรวจยืนยันทั้งสองโรคจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนรักษาที่เหมาะสม
การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่
การดูแลรักษาไข้หวัดใหญ่จะเน้นการใช้ยาต้านไวรัสเฉพาะในกรณีที่แพทย์เห็นสมควร ควบคู่กับการบรรเทาอาการตามความจำเป็น เช่น เมื่อมีไข้สูงอาจเช็ดตัวร่วมกับการใช้ยาพาราเซตามอล หากมีอาการไอ เจ็บคอ หรือมีเสมหะ สามารถใช้ยาตามอาการร่วมด้วย พร้อมดูแลตัวเองด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารย่อยง่าย และพักผ่อนให้เพียงพอ
การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
- ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทันกับสายพันธุ์ใหม่ ๆ
- ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
- ใส่หน้ากากอนามัย เมื่อต้องอยู่ในที่ ๆ แออัดเสี่ยงต่อการสัมผัสและหายใจร่วมกับคนเยอะ ๆ
- ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน แก้วน้ำ ช้อนส้อม แยกกันใช้ปลอดภัยกว่า
อุ่นใจกว่าเมื่อเจ็บป่วย ด้วยประกันภัยสุขภาพที่พร้อมดูแลค่ารักษา
แม้จะดูแลตัวเองดีแค่ไหน แต่โรคภัยก็อาจมาเยือนได้แบบไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์แรง ๆ ที่อาจทำให้นอนโรงพยาบาลหลายวัน ค่ารักษาพยาบาลคงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ การมีประกันภัยสุขภาพติดตัวไว้จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้
ประกันภัยสุขภาพ โลตัส แอคทีฟ เฮลท์ ประกันภัยฉบับคนแอคทีฟที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าโลตัสโดยเฉพาะ ให้ความคุ้มครองที่ "รู้ใจ" และ "ครอบคลุม" ในราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้นเพียง 7,540 บาท/ปี*
- ดูแลครบทั้ง IPD และ OPD ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลก็เบิกได้! คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งแบบผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) เจ็บป่วยเล็กน้อยหาหมอรับยากลับบ้านก็ไม่ต้องควักกระเป๋าเอง
- ทันทุกสถานการณ์ พร้อมดูแลคุณจากโรคฮิตในยุคนี้ ทั้งการเจ็บป่วยจาก Covid-19 และผลกระทบจาก ฝุ่น PM2.5
- เอาใจสายลุย เที่ยวสนุกได้เต็มที่กับความคุ้มครองอุบัติเหตุที่ครอบคลุมทั่วโลก รวมถึงกีฬาอันตราย
สำหรับใครที่สนใจประกันภัยสุขภาพ โลตัส แอคทีฟ เฮลท์ สามารถติดต่อซื้อได้ง่าย ๆ ที่เคาน์เตอร์บริการโลตัส มันนี่ พลัส ในห้างโลตัสกว่า 200 สาขา ณ ห้างโลตัสทุกสาขา มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกในการสมัคร เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ตรงใจและรวดเร็วที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กับ B อันไหนรุนแรงกว่ากัน
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จะมีความรุนแรงมากกว่า และแพร่ระบาดได้กว้างกว่าสายพันธุ์ B
วัคซีนไข้หวัดใหญ่จำเป็นต้องฉีดทุกปีหรือไม่
จำเป็นมาก เพราะเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา
อาการไข้หวัดใหญ่ต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร
อาการไข้หวัดใหญ่จะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตัวรุนแรง และอ่อนเพลียมาก ส่วนไข้หวัดธรรมดาจะมีไข้ต่ำ น้ำมูกไหล คัดจมูก แต่ยังมีแรงทำกิจวัตรประจำวันได้
ไข้หวัดใหญ่กี่วันหาย
คนทั่วไปที่ร่างกายแข็งแรง อาการจะดีขึ้นภายใน 5 - 7 วัน แต่ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจใช้เวลานานกว่านั้น หรือต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล
สรุปบทความ
ไข้หวัดใหญ่ถือเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวไม่แพ้โควิด โดยเฉพาะสายพันธุ์ A และ B การรู้ทันความแตกต่างของอาการ และไม่ละเลยการป้องกัน ทั้งการฉีดวัคซีนและดูแลสุขอนามัย คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักปลอดภัยจากโรคระบาดนี้
โลตัส มันนี่ พลัส (Lotus’s Money Plus) ผู้ให้บริการด้านการเงินและโบรคเกอร์ประกันภัยชั้นนำ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า ประกันภัยรถยนต์ และประกันภัยสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยบริการที่เข้าถึงง่าย สะดวก และรวดเร็ว
สนใจบริการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส ในห้างโลตัสกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
- Call Center: โทร. 1712
- เว็บไซต์: www.lotussmoney.com
- Facebook: Lotus’s Money Plus
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทผู้รับประกันภัยกำหนด
- ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด