คนเป็นภูมิแพ้ต้องระวัง! PM 2.5 ตัวเร่งโรคร้าย
ทำลายปอด หัวใจ และดวงตา
ในช่วงที่อากาศเริ่มขมุกขมัว มองไปทางไหนก็เห็นแต่ฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมเมือง หลายคนอาจคิดว่าไม่อันตราย แต่ความจริงแล้วคือภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของเราอย่างรุนแรง โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว ยิ่งต้องระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะฝุ่นชนิดนี้สามารถกระตุ้นให้อาการกำเริบหนักจนน่าตกใจ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าฝุ่นชนิดนี้ทำร้ายร่างกายเราได้อย่างไร และจะมีวิธีรับมือแบบไหนที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากมลพิษรอบตัวนี้ได้
ฝุ่น PM 2.5 สัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้อย่างไร
ฝุ่น PM 2.5 กับโรคภูมิแพ้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด เพราะอนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้สามารถเล็ดลอดเข้าทางระบบทางเดินหายใจและกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองผิดปกติในผู้ที่มีภูมิแพ้อยู่แล้ว ฝุ่นที่สะสมอยู่ในอากาศจะไปกระตุ้นเยื่อบุจมูก เยื่อบุตา และทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม ไอ หายใจไม่สะดวก หรืออาการคันในดวงตา จนบางรายอาจเริ่มมีอาการภูมิแพ้ขึ้นตา
เมื่อเวลาผ่านไปการสัมผัสฝุ่นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้อาการภูมิแพ้รุนแรงขึ้น เหนื่อยง่ายขึ้น และมีโอกาสเกิดภาวะอักเสบเรื้อรังของทางเดินหายใจตามมา การระวังฝุ่น PM 2.5 และลดการสัมผัสในชีวิตประจำวันจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่มีภูมิแพ้ เพื่อช่วยลดการกำเริบของอาการและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
อาการของภูมิแพ้ที่เกิดจาก PM 2.5
เมื่อร่างกายได้รับ PM 2.5 เข้าไปสะสม ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามต่อสู้จนเกิดปฏิกิริยาตอบสนองออกมาเป็นอาการแพ้ ซึ่งสังเกตได้ดังนี้
- การอักเสบเฉียบพลัน มักแสดงอาการทันทีหรือหลังสัมผัสฝุ่นไม่นาน เช่น จามติดต่อกัน น้ำมูกไหล คัดจมูก แสบตา คันตา น้ำตาไหล และอาจมีอาการหอบหืดกำเริบ รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด หรือเหนื่อยง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางคนที่ไม่เคยเป็นหอบหืดมาก่อนก็อาจเริ่มเป็นได้เมื่อเจอค่าฝุ่นสูง ๆ
- การอักเสบเรื้อรัง หากสูดดมติดต่อกันนาน ๆ จะเริ่มมีอาการคัดจมูกรุนแรงจนหายใจไม่ออก ปวดบริเวณใบหน้าหรือศีรษะข้างเดียว มีน้ำมูกข้นสีเหลืองหรือเขียว ซึ่งเป็นสัญญาณของไซนัสอักเสบ หรือโรคภูมิแพ้ที่กำเริบรุนแรง รวมถึงการได้กลิ่นที่ลดลง
- อาการทางผิวหนัง ฝุ่น PM 2.5 ยังทำร้ายผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคัน ลมพิษ หรือผิวหนังอักเสบระคายเคืองได้ง่าย
เมื่ออาการภูมิแพ้ไม่หยุดแค่นั้น PM 2.5 พาโรคอะไรตามมาได้บ้าง
ภัยร้ายของ PM 2.5 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ทำให้เราจามหรือคัดจมูก แต่มันยังนำพาโรคร้ายแรงอื่น ๆ ตามมา หากเราปล่อยให้ร่างกายสะสมฝุ่นพิษนี้เป็นเวลานาน
การทำงานของปอดลดลง เสี่ยงโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง
การสูดดม PM 2.5 เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อปอดและถุงลมอย่างต่อเนื่อง จะทำให้สมรรถภาพการทำงานของปอดลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคถุงลมโป่งพอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และที่น่ากลัวที่สุดคือการกระตุ้นให้เซลล์เกิดความผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งปอดได้ในอนาคต
ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
เนื่องจาก PM 2.5 สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ จึงเข้าไปสร้างความเสียหายให้หลอดเลือด เกิดการอักเสบ และรบกวนการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือรุนแรงถึงขั้นหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง
เยื่อบุตาอักเสบและปัญหาดวงตา
ดวงตาเป็นอวัยวะที่สัมผัสกับฝุ่นโดยตรง ฝุ่น PM 2.5 จะทำให้เกิดอาการตาแดง ตาแห้ง ภูมิแพ้ขึ้นตา แสบตา ระคายเคืองตาอย่างรุนแรง จนนำไปสู่โรคเยื่อบุตาอักเสบ และหากปล่อยไว้เรื้อรังอาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็นได้
การวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ที่เกิดจาก PM 2.5
โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุและประเมินความรุนแรงของโรค วิธีที่แพทย์นิยมใช้ มีดังนี้
- การทดสอบหาสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin Prick Test) ด้วยการหยดน้ำยาสารก่อภูมิแพ้บนผิวหนัง แล้วใช้เข็มสะกิดเบาๆ ให้สารซึมเข้าสู่ผิวหนัง เพื่อตรวจหาอาการแพ้
- การตรวจภูมิแพ้จากเลือด (Blood Test for Specific IgE) เพื่อตรวจหาภูมิต้านทานชนิด IgE ที่จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้แต่ละชนิด
- การตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry) ก่อนและหลังพ่นยาขยายหลอดลม ใช้ในผู้ที่มีอาการไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย หายใจมีเสียงหวีด หรือสงสัยโรคหอบหืด การตรวจช่วยประเมินว่ามีภาวะหลอดลมตีบหรือไม่
- การตรวจการอักเสบของหลอดลมจากลมหายใจ (Exhaled Nitric Oxide) เป็นการวัดค่าการอักเสบในหลอดลมจากลมหายใจออก ช่วยบอกได้ว่ามีการอักเสบในระบบทางเดินหายใจมากน้อยแค่ไหน
วิธีดูแลรักษาโรคภูมิแพ้ที่เกิดจาก PM 2.5
- การล้างจมูก การใช้น้ำเกลือที่อุณหภูมิห้อง ล้างจมูกเป็นประจำ จะช่วยชำระล้างฝุ่น PM 2.5 น้ำมูก และสิ่งสกปรกออกจากโพรงจมูก ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้นและลดการอักเสบ
- การใช้ยาแก้แพ้ การรับประทานยาต้านฮิสตามีน (ยาแก้แพ้) จะช่วยลดอาการจาม น้ำมูกไหล และอาการคันได้ ควรเลือกชนิดที่ไม่ง่วงเพื่อไม่ให้รบกวนชีวิตประจำวัน
- การใช้ยาพ่นจมูก สำหรับผู้ที่มีอาการคัดจมูกรุนแรง หรือไซนัสอักเสบ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาพ่นจมูกชนิดสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบต่อเนื่อง แต่ควรหยุดใช้ยาทันทีเมื่ออาการทุเลา
- หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ พยายามเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ควันบุหรี่ หรือไรฝุ่น เพื่อไม่ให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไป
การป้องกันภูมิแพ้จาก PM 2.5
- สวมหน้ากาก N95 ที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้
- ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน จะช่วยกรอง PM 2.5 ทำให้อากาศภายในบ้านสะอาดขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการกำเริบของโรคภูมิแพ้อากาศ
- เช็กค่าฝุ่นผ่านแอปเสมอก่อนออกจากบ้าน หากค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด
เสริมความอุ่นใจเมื่อป่วยจากฝุ่น สู้ภัยมลพิษด้วยประกันภัยสุขภาพ
แม้เราจะป้องกันตัวเองดีแค่ไหน แต่ฝุ่น PM 2.5 ก็ยังสามารถเล็ดลอดเข้ามาทำร้ายร่างกายได้ และเมื่อเจ็บป่วยขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นอาการของโรคภูมิแพ้ที่รุนแรง หรือโรคทางเดินหายใจ การมีตัวช่วยรองรับความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาลย่อมดีกว่า การทำประกันภัยสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คนทำงานยุคนี้ไม่ควรมองข้าม
ขอแนะนำ ประกันภัยสุขภาพ โลตัส แอคทีฟ เฮลท์ แผนประกันที่ครอบคลุมอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM 2.5 และ COVID-19 ช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ความคุ้มครองรองรับทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) ไม่ว่าจะต้องนอนโรงพยาบาลหรือพบแพทย์แล้วกลับบ้าน อาการแพ้อากาศ ระคายคอ หรือโรคทั่วไปก็สามารถเบิกได้ตามแผนที่เลือก ค่าเบี้ยเริ่มต้นเพียง 7,540 บาทต่อปี* พร้อมคุ้มครองอุบัติเหตุทั่วโลกและกีฬาเสี่ยง ทำให้วางแผนชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น (*เบี้ยขึ้นอยู่กับอายุผู้เอาประกัน)
หากสนใจอยากมีตัวช่วยดูแลสุขภาพให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5 และโรคทางเดินหายใจต่าง ๆ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสมัครประกันภัยสุขภาพ โลตัส แอคทีฟ เฮลท์ ได้สะดวกที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส ในห้างโลตัสกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำงาน และเริ่มต้นความอุ่นใจได้ทันทีตั้งแต่วันนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
อาการแพ้ฝุ่น PM 2.5 ต่างจากภูมิแพ้อากาศทั่วไปอย่างไร
อาการแพ้ฝุ่น PM 2.5 คล้ายภูมิแพ้อากาศทั่วไป เช่น จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล แต่จะรุนแรงกว่า เพราะฝุ่นขนาดเล็กสามารถลงสู่ปอดลึก ทำให้เกิดการอักเสบ ไอ แน่นหน้าอก หรือหอบกำเริบได้ ขณะที่ภูมิแพ้อากาศทั่วไปมักกระทบเฉพาะทางเดินหายใจส่วนบนและอาการมักไม่หนักเท่า
หากมีอาการแพ้ฝุ่นรุนแรงแค่ไหนถึงควรไปพบแพทย์
หากมีอาการหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด ไอเป็นเลือด หรือมีอาการทางตาที่รุนแรง เช่น ตาบวมปิด มองไม่ชัด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย
ถ้าเลี่ยงฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้ ควรดูแลสุขภาพอย่างไร
ควรสวมหน้ากาก N95 ตลอดเวลาที่อยู่นอกอาคาร เมื่อกลับถึงบ้านให้รีบอาบน้ำสระผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเพื่อล้างฝุ่นที่เกาะตามตัวออก ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
สรุปบทความ
ฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและอันตรายกว่าที่คิด โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ การรู้ทันถึงอันตราย สังเกตอาการผิดปกติ และป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธี คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ปอดและหัวใจของเรายังคงแข็งแรง ท่ามกลางสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยมลพิษในปัจจุบัน
โลตัส มันนี่ พลัส (Lotus’s Money Plus) ผู้ให้บริการด้านการเงินและโบรคเกอร์ประกันภัยชั้นนำ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า ประกันภัยรถยนต์ และประกันภัยสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยบริการที่เข้าถึงง่าย สะดวก และรวดเร็ว
สนใจบริการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส ในห้างโลตัส กว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
- Call Center: โทร. 1712
- เว็บไซต์: www.lotussmoney.com
- Facebook: Lotus’s Money Plus
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทผู้รับประกันภัยกำหนด
ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด