ประกันอัคคีภัยบ้าน คุ้มครองอะไรบ้าง เคลมได้ไม่ได้มีแค่ไฟไหม้!
หลายคนคุ้นชื่อ “ประกันอัคคีภัย” แต่ไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วครอบคลุมแค่ไหน บางคนเข้าใจว่าไว้ใช้เฉพาะตอนเกิดไฟไหม้เท่านั้น ทั้งที่ความคุ้มครองมีรายละเอียดมากกว่านั้น และบางข้อก็เกี่ยวข้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ทันตั้งตัว บทความนี้จะพาไปดูให้ชัดว่าประกันอัคคีภัยบ้านคุ้มครองอะไรบ้าง เคลมกรณีไหนได้หรือไม่ได้ พร้อมอธิบายเงื่อนไขสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เลือกความคุ้มครองได้เหมาะกับลักษณะบ้านและการอยู่อาศัยจริง ๆ

ประกันอัคคีภัยบ้านคืออะไร
ประกันอัคคีภัยบ้าน หรือที่บางคนเรียกว่า ประกันภัยบ้าน คือประกันวินาศภัยรูปแบบหนึ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินภายในบ้านจากเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งขอบเขตความคุ้มครองไม่ได้จำกัดแค่ไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร หรือแก๊สระเบิดในห้องครัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุบัติเหตุอื่น ๆ ที่ระบุในเงื่อนไข เช่น ภัยลมพายุ ภัยน้ำท่วม หรืออุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างบ้าน เป็นต้น
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันอัคคีภัยบ้าน
หลายคนมักเข้าใจผิดคือคิดว่า ประกันภัยจะจ่ายเงินชดเชยเฉพาะเวลาที่ไฟไหม้บ้านเท่านั้น จึงมองข้ามและไม่ทำประกันภัยเพราะมองว่าโอกาสเกิดเหตุมีน้อย อีกเรื่องคือมักเข้าใจว่าประกันภัยบ้านเป็นหน้าที่ของคนที่กำลังผ่อนบ้านกับธนาคารเท่านั้น ถ้าผ่อนหมดแล้วก็ไม่จำเป็นต้องทำ แต่ความเสี่ยงของบ้านไม่ได้หายไป เหตุไม่คาดฝันยังเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจร น้ำรั่ว หรือเหตุจากภายนอกที่ควบคุมไม่ได้
ประกันอัคคีภัยบ้าน คุ้มครองอะไรบ้าง

มาถึงจุดสำคัญที่หลายคนอยากรู้ว่า ประกันอัคคีภัยบ้านคุ้มครองอะไรบ้าง โดยทั่วไปกรมธรรม์มาตรฐานจะให้การดูแลภัยหลักตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- ภัยไฟไหม้ ครอบคลุมเหตุเพลิงไหม้ทั้งจากในบ้านและลุกลามจากภายนอก
- ภัยจากฟ้าผ่า รวมความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกิดการลัดวงจรเพราะฟ้าผ่า
- ภัยระเบิด เช่น การระเบิดของแก๊สหุงต้มที่ใช้สำหรับอยู่อาศัย
- ภัยจากยานพาหนะ หรือสัตว์พาหนะอย่างช้าง ม้า วัว ควาย ที่ชนเข้ากับตัวบ้านจนเกิดความเสียหาย
- ภัยจากอากาศยาน หรือวัตถุที่ตกลงมาจากอากาศยาน
- ภัยเนื่องจากน้ำ เช่น การปล่อย การรั่วไหล หรือการล้นออกมาของน้ำหรือไอน้ำจากท่อน้ำ ถังน้ำ ระบบทำความร้อน ระบบทำความเย็น ระบบปรับอากาศ เครื่องสูบน้ำ
- ภัยจากลมพายุ
- ภัยจากน้ำท่วม
- ภัยจากแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิด หรือคลื่นใต้น้ำ หรือสึนามิ ที่มีสาเหตุจากธรรมชาติ
- ภัยจากลูกเห็บ
ประกันอัคคีภัยบ้านจำเป็นไหม
สำหรับผู้ที่กำลังยื่นขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน ประกันอัคคีภัยมักเป็นเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดไว้ เพื่อคุ้มครองหลักทรัพย์ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในขั้นตอนการกู้ซื้อบ้าน แต่สำหรับบ้านที่ผ่อนหมดแล้ว หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงทางเลือกและยังลังเลว่าจะทำต่อดีหรือไม่
ในความเป็นจริง บ้านยังคงเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก หากเกิดเหตุอย่างไฟไหม้หรือความเสียหายรุนแรง การซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ รวมถึงการทดแทนทรัพย์สินภายในบ้าน อาจต้องใช้เงินก้อนใหญ่เกินกว่าที่วางแผนไว้ การมีประกันอัคคีภัยจึงเปรียบเหมือนการเตรียมแผนรองรับความเสี่ยง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
เมื่อเทียบกันแล้ว การจ่ายเบี้ยประกันภัยในระดับหลักพันต่อปี เพื่อแลกกับความคุ้มครองที่ครอบคลุมความเสียหายหลักล้าน ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยให้การดูแลทรัพย์สินเป็นไปอย่างรอบคอบมากขึ้น และทำให้การอยู่อาศัยในบ้านของตัวเองสบายใจได้ในระยะยาว
เทคนิคเลือกซื้อประกันอัคคีภัยบ้านให้คุ้มค่า

ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินซื้อกรมธรรม์ ควรมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อให้ได้แผนประกันภัยที่ตอบโจทย์และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากที่สุด ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้
1. ทุนประกันภัยต้องไม่ต่ำกว่า 70% ของมูลค่าทรัพย์สิน
โดยหลักการแล้วไม่ควรเลือกทุนประกันภัยที่ต่ำกว่า 70% ของมูลค่าปัจจุบันของบ้านและทรัพย์สิน หากตั้งทุนประกันภัยต่ำเกินไป เวลาเคลมอาจไม่ได้รับเงินเต็มตามความเสียหายที่เกิดขึ้น
ยกตัวอย่าง บ้านและทรัพย์สินภายในมีมูลค่าจริงรวม 1,800,000 บาท แต่เลือกทำประกันภัยไว้ที่ 1,080,000 บาท (คิดเป็น 60%) เมื่อเกิดเหตุและมีการเคลม จะได้รับเงินชดเชยตามสัดส่วน 60% ของความเสียหายในแต่ละกรณี เช่น
- มูลค่าความเสียหาย 1,800,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 1,080,000 บาท
- มูลค่าความเสียหาย 900,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 540,000 บาท
- มูลค่าความเสียหาย 200,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 120,000 บาท
ตัวอย่างนี้จะเห็นได้ชัดว่า หากตั้งทุนประกันภัยต่ำกว่ามูลค่าจริง เวลาเกิดความเสียหายไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ต้องรับภาระส่วนต่างเองบางส่วน
2. ระยะเวลาคุ้มครองยิ่งยาว ยิ่งประหยัดค่าเบี้ยประกันภัย
มือใหม่ที่เพิ่งมีบ้านอาจยังไม่รู้ทริคนี้ การเลือกซื้อกรมธรรม์แบบระยะยาวจะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยได้มากกว่าการต่ออายุแบบปีต่อปี ตามเกณฑ์ทั่วไป หากซื้อประกันภัยแบบ 1 ปี จะต้องจ่ายค่าเบี้ยเต็ม 100% หากต่ออายุแบบปีต่อปีไปเรื่อย ๆ จนครบ 3 ปี ก็เท่ากับจ่ายไป 300%
แต่ถ้าเปลี่ยนมาเลือกทำแบบ 2 ปี จะคิดค่าเบี้ยประกันภัยเพียง 175% ของปีแรก และถ้าตัดสินใจทำแบบ 3 ปี จะคิดค่าเบี้ยประกันภัยเพียง 250% เท่านั้น ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่อปีไปได้เกือบ 17% เลยทีเดียว
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สมมติว่าทุนประกันภัย 1 ล้านบาท มีค่าเบี้ยประกันภัยแบบ 1 ปี อยู่ที่ 900 บาท
- หากต่ออายุปีต่อปีจนครบ 3 ปี จะต้องจ่ายรวมทั้งหมด 2,700 บาท
- หากเลือกทำแบบ 2 ปีทีเดียว จะจ่ายค่าเบี้ยเพียง 1,575 บาท
- หากเลือกทำแบบ 3 ปีทีเดียว จะจ่ายค่าเบี้ยเพียง 2,250 บาท
เห็นได้ชัดว่า การทำประกันภัยระยะยาวช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าจริง ๆ ใครที่อยากได้ความคุ้มครองแบบต่อเนื่องและต้องการประหยัดงบ การเลือกทำประกันภัยแบบ 2 ปี หรือ 3 ปี จึงเป็นทางเลือกที่ตอบสนองความต้องการได้ดีที่สุด
3. เลือกความคุ้มครองเสริมให้ตรงความเสี่ยงพื้นที่
การเลือกซื้อประกันภัยบ้านให้คุ้มค่าไม่ได้ดูแค่ราคาเบี้ยประกันภัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากทำเลที่ตั้งของบ้านรวมถึงความเสี่ยงแวดล้อม หากบ้านอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือเคยมีประวัติการเกิดอุทกภัย การซื้อแพ็กเกจเสริมเรื่องภัยน้ำท่วมถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หรือถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่มักเกิดพายุฤดูร้อนเป็นประจำ การเน้นแผนประกันภัยที่ดูแลความเสียหายจากพายุลูกเห็บและลมกรรโชกแรงก็จะตอบโจทย์มากกว่า
4. อ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ
ควรอ่านรายละเอียดเงื่อนไขและข้อยกเว้นต่าง ๆ ในกรมธรรม์ให้ครบถ้วน ต้องทำความเข้าใจว่า ทรัพย์สินประเภทไหนบ้างที่ไม่อยู่ในข้อยกเว้น เช่น ของมีค่าอย่างทองคำแท่ง เครื่องประดับ โบราณวัตถุ หรืองานศิลปะราคาแพง ซึ่งมักจะไม่ได้รับการชดเชยหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ รวมถึงเงื่อนไขเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตัวเจ้าของบ้านเอง การเคลียร์ข้อสงสัยทั้งหมดกับตัวแทนประกันภัยจะช่วยป้องกันปัญหาความขัดแย้งเวลาที่ต้องยื่นเรื่องเคลมค่าสินไหมทดแทน
ปกป้องบ้านที่คุณรักผ่านประกันภัยที่อยู่อาศัยจาก โลตัส โบรคเกอร์
เมื่อรู้แล้วว่าประกันอัคคีภัยบ้านคุ้มครองอะไรบ้าง การมองหาตัวแทนที่ไว้ใจได้เพื่อเข้ามาดูแลบ้านของคุณก็เป็นขั้นตอนสำคัญ โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ พร้อมเป็นผู้ช่วยจัดหาแผนประกันภัยที่อยู่อาศัยที่ตอบสนองความต้องการของคนรักบ้าน โดยมี 2 แผนให้เลือกพิจารณา
แผนประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย รักษ์บ้าน
- คุ้มครองครอบคลุมความเสียหายทั้งตัวบ้านและทรัพย์สินภายในบ้าน
- ดูแลเมื่อเกิดเหตุจากภัยยานพาหนะ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า พายุ ลูกเห็บ แผ่นดินไหว ภัยระเบิด และภัยเนื่องจากน้ำ
- จ่ายเบี้ยเริ่มต้นเบา ๆ เพียงปีละ 646 บาท
- ประหยัดมากขึ้นเมื่อเลือกซื้อคุ้มครองยาวสูงสุด 3 ปี รับสิทธิ์ชำระค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกลงกว่าเดิม
แผนประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย แฮปปี้โฮม
- ดูแลความเสียหายจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า พายุ ลูกเห็บ แผ่นดินไหว ภัยเนื่องจากน้ำ และการเฉี่ยวชนจากยวดยานพาหนะ
- ดูแลครบทั้งสิ่งปลูกสร้างสำหรับอยู่อาศัย ทรัพย์สินภายใน และทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อการอยู่อาศัย
- เบี้ยเริ่มต้นปีละ 900 บาท
- เลือกซื้อแบบคุ้มครองยาว 3 ปี จะได้รับสิทธิ์เบี้ยประกันภัยที่ถูกลง ช่วยให้อุ่นใจพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ฉุกเฉินแบบไม่สะดุด
สำหรับผู้ที่สนใจแผนประกันอัคคีภัยบ้าน สามารถฝากข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้โดยตรงบนหน้าเว็บไซต์ หรือเข้ามาสอบถามรายละเอียดและเลือกซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส กว่า 200 สาขาทั่วประเทศที่ห้างโลตัสใกล้บ้านคุณ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ประกันอัคคีภัยบ้านคุ้มครองกี่ปี
ระยะเวลามีให้เลือกตั้งแต่ 1 ปี 2 ปี และ 3 ปี ซึ่งการเลือกทำแบบระยะยาว 3 ปีมักจะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยที่คุ้มค่ากว่าการต่ออายุแบบปีต่อปี
ประกันอัคคีภัยบ้านคุ้มครองไฟไหม้จากบ้านข้างเคียงหรือไม่
ประกันอัคคีภัยบ้านคุ้มครอง กรณีไฟไหม้ที่ลุกลามมาจากบ้านข้างเคียง บริษัทประกันภัยจะประเมินมูลค่าและจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามจริงให้อยู่ภายใต้ทุนประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
บ้านเก่าทำประกันอัคคีภัยบ้านหรือไม่
บ้านเก่าสามารถทำประกันภัยได้ตามปกติ แต่บริษัทประกันอาจมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินสภาพโครงสร้างและมูลค่าทรัพย์สินตามความเป็นจริง ณ ปัจจุบัน เพื่อกำหนดทุนประกันภัยและอัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมกับตัวบ้าน
สรุปบทความ
การทำประกันอัคคีภัยบ้าน คือการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนรักบ้าน เพราะความเสียหายจากเหตุสุดวิสัยไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยธรรมชาตินั้นล้วนสร้างภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ การจ่ายเบี้ยประกันภัยหลักร้อยหรือหลักพันต่อปีจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความกังวลใจและปกป้องทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดได้อย่างแท้จริง
โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ ผู้ให้บริการด้านการแนะนำประกันภัยที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ งบประมาณ และการออมของคุณ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้นนำที่คัดสรรแล้ว พร้อมดูแลการชำระและแบ่งชำระเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยบริการที่เข้าถึงง่าย สะดวก ที่เคาน์เตอร์โลตัส มันนี่ พลัส
สนใจบริการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส ที่ห้างโลตัสกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
- โทร. 02 627 8888 (ศูนย์บริการโบรคเกอร์ประกันภัย)
- เว็บไซต์: www.lotussmoney.com
- Facebook: Lotus’s Money Plus
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทผู้รับประกันภัยกำหนด
- ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3%-15% ต่อปี
- บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี