เคล็ดลับ ใช้บัตรเครดิตให้ไม่เสียค่าดอกเบี้ย

เคล็ดลับ ใช้บัตรเครดิตให้ไม่เสียค่าดอกเบี้ยให้เปลืองเงิน
ตอนนี้การใช้บัตรเครดิต กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับมนุษย์วัยทำงานไปแล้ว เพราะการใช้บัตรเครดิตนั้นสะดวกกว่าการใช้เงินสดในหลาย ๆ ด้าน บัตรเครดิตมีสิทธิพิเศษและโปรโมชันส่วนลดมากมายที่คอยมอบให้เจ้าของบัตรอย่างไม่ขาดสาย แต่เพราะบัตรเครดิตใช้ง่าย ผู้ใช้หลายรายจึงเผลอช้อปปิ้งอย่างที่ไม่ได้วางแผนด้านการเงิน ส่งผลให้เจ้าของบัตรเครดิตจำนวนหนึ่งต้องมีดอกเบี้ยบัตรเครดิตอย่างที่ไม่ตั้งใจ วันนี้เราจึงนำข้อมูลความรู้เกี่ยวกับดอกเบี้ยบัตรเครดิตมาให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจ เพื่อลดโอกาสการมีดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่เป็นต้นตอของหนี้ระยะยาว
ดอกเบี้ยบัตรเครดิต คืออะไร

รู้หรือยัง? ดอกเบี้ยบัตรเครดิต คืออะไร

บัตรเครดิต คือ ตัวช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้เจ้าของบัตรมีเงินสำรองไว้ใช้ในเวลาฉุกเฉิน แต่หากผู้ถือบัตรเครดิตใช้จ่ายอย่างไม่ระมัดระวังขาดการวางแผนที่รอบคอบ คุณอาจต้องพบกับ ‘ดอกเบี้ยบัตรเครดิต’ ดอกเบี้ยบัตรเครดิต คือ อัตราดอกเบี้ยค่าบริการที่ธนาคารพาณิชย์ หรือ ธุรกิจนอกเหนือจากสถาบันการเงิน ได้เรียกเก็บจากลูกค้าโดยมีการคำนวณดอกเบี้ยจากยอดค่าใช้จ่ายจริงที่ผู้ถือบัตรได้ใช้ไป แม้ว่าปัจจุบันมนุษย์วัยทำงาน ทั้งพนักงานประจำและอาชีพอื่น ๆ เข้าถึงการใช้บัตรเครดิตมากขึ้น แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจความเป็นมาของดอกเบี้ยบัตรเครดิต ส่งผลให้ผู้ใช้หลายราย เผลอสร้างดอกเบี้ยบัตรเครดิตอย่างไม่รู้ตัว 

ทั้งนี้มีข้อมูลที่สำคัญต่อการทำความเข้าใจดอกเบี้ยบัตรเครดิต คือบัตรเครดิตทุกใบจะมี ‘ระยะปลอดหนี้’ ซึ่งเป็นบริการที่ธนาคารยืดหยุ่นระยะเวลาการคิดดอกเบี้ยจากเจ้าของบัตรที่มีประวัติ ‘ชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวนตามกำหนด’ เป็นบริการที่ธนาคารจะไม่คิดดอกเบี้ยกับลูกค้าประวัติดีที่มีเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถจ่ายค่าบัตรเครดิตตามกำหนด ซึ่งระยะปลอดหนี้จะยังอยู่กับผู้ใช้ที่ชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวนตามกำหนดตลอดไป แต่ถ้าวันใด…คุณเลือกชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำ สิทธิ์ในระยะปลอดหนี้นั้นก็จะถูกยกเลิกไปอัตโนมัติ 

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตมาจากอะไร

เช็กด่วน !! ดอกเบี้ยบัตรเครดิตมาจากอะไร?

เมื่อคุณพ้นระยะปลอดหนี้จากการจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยกับเจ้าของบัตรด้วยปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ที่ 16% ต่อปี (รายละเอียดตามธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต) สาเหตุที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยบัตรเครดิต ดังนี้

1. จ่ายค่าบัตรเครดิตขั้นต่ำ แต่จ่ายตามวันที่กำหนด เช่น รอบบิลเดือนเมษายน มียอดชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวน 10,000 บาท โดยมียอดชำระขั้นต่ำ 1,000 บาท และครบกำหนดชำระวันที่ 1 พฤษภาคม แต่ เมื่อถึงวันครบกำหนดชำระ คุณเลือกชำระค่าบัตรเครดิตขั้นต่ำ 1,000 บาททำให้เหลือค่าบัตรเครดิตที่ยังไม่จ่ายอีก 9,000 บาท ตัวอย่างนี้เรียกว่า ‘การจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำตามกำหนด’ เมื่อคุณไม่ชำระเต็มจำนวน ธนาคารจะนำเงินส่วนที่คุณยังไม่จ่ายไปคำนวณค่าดอกเบี้ย โดยคิดดอกเบี้ยตั้งแต่ ‘วันที่รูดบัตร’ ไม่ใช่คำนวณดอกเบี้ยจากวันที่ครบกำหนดชำระ

2. ไม่จ่ายค่าบัตรเครดิตตามกำหนด แต่จ่ายเต็มจำนวน หรือ ขั้นต่ำ เช่น รอบบิลเดือนเมษายน ครบกำหนดชำระวันที่ 1 พฤษภาคม มียอดชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวน 10,000 บาทและยอดชำระขั้นต่ำ 1,000 บาท แต่ เมื่อถึงวันที่ 1 พฤษภาคม (ครบกำหนดชำระ) คุณไม่สามารถจ่ายได้ภายในวันนั้นธนาคารจะคิดดอกเบี้ยตาม ‘จำนวนวัน’ ที่จ่ายช้ากว่ากำหนด ในกรณี (1.) จ่ายบัตรเครดิตช้าแต่ชำระเต็มจำนวน เมื่อถึงวันที่คุณจ่ายย้อนหลัง ธนาคารจะสิ้นสุดการคิดดอกเบี้ย แต่ถ้า (2.) จ่ายบัตรเครดิตช้าและชำระขั้นต่ำ เมื่อถึงวันที่คุณจ่ายย้อนหลัง ดอกเบี้ยจะสิ้นสุดแค่ในส่วนของการจ่ายช้า แต่ยอดที่เหลือจากการจ่ายบัตรขั้นต่ำจะยังถูกคิดดอกเบี้ยต่อไป 

*จ่ายบัตรเครดิตช้า* มีค่าธรรมเนียมทวงหนี้จากธนาคารผู้ให้บริการบัตรเครดิตประมาณ 100 บาท (แตกต่างตามธนาคาร) และเมื่อชำระค่าบัตรเครดิตช้ามากกว่า 90 วันขึ้นไป ค่าชำระบัตรเครดิตจำนวนนี้จะกลายเป็นหนี้เสียและทำให้เจ้าของบัตรติดเครดิตบูโรโดยอัตโนมัติ

3. เบิกถอนเงินสดจากวงเงินในบัตรเครดิต ปัจจุบันบัตรเครดิตเกือบทุกใบ มีบริการเบิกถอนเงินสดเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าของบัตรเครดิตที่ต้องการใช้เงินสดในกรณีฉุกเฉิน แต่การเบิกถอนเงินสดทุกครั้งจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 3% (คำนวณจากจำนวนเงินสดที่เบิกถอน) และคิดอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่เบิกถอน ทำให้การเบิกถอนเงินสดแต่ละครั้งจะมีค่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่เสี่ยงต่อการก่อหนี้ระยะยาว

เคล็ดลับใช้บัตรเครดิตไม่ให้เสียค่าดอกเบี้ย

เคล็ดลับใช้บัตรเครดิตไม่ให้เสียค่าดอกเบี้ย

แม้ว่าบัตรเครดิตจะสามารถอำนวยความสะดวกได้มากเท่าใด แต่เจ้าของบัตรจำเป็นต้องใช้จ่ายอย่างรอบคอบ เราจึงอยากแนะนำเทคนิคการใช้บัตรเครดิตไม่ให้เสียค่าดอกเบี้ย ดังนี้ 

1. วางแผนงบให้จ่ายบัตรเครดิตเต็มจำนวนตามกำหนด 

  • บัตรเครดิตทุกใบจะมีวงเงินที่กำหนดให้เจ้าของบัตรใช้จ่ายได้ตามจำนวน ถ้าไม่อยากเสียค่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต ในทุกเดือน เราแนะนำให้คุณตั้งงบการเงินสำหรับใช้บัตรเครดิตโดยเฉพาะ เลือกซื้อสินค้าและบริการที่จำเป็น เพื่อให้คุณมีเงินสดหรือเงินสำรองเพียงพอที่จะสามารถจ่ายค่าบัตรเครดิตเต็มจำนวนและตรงตามกำหนดได้นั่นเอง

2. วางแผนบริหารเงินไม่ให้เบิกถอนเงินสดในบัตรเครดิต 

  • หากคุณวางแผนการเงินไม่รัดกุมอาจทำให้มีเงินสดไม่เพียงพอที่จะใช้ในเวลาฉุกเฉิน ดังนั้น ควรวางแผนบริหารค่าใช้จ่ายให้มีเงินสดสำรอง เพื่อหลีกเลี่ยงการเบิกถอนเงินสดในบัตรเครดิตที่มีการคิดค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียม 3% ของจำนวนเงินสดที่เบิกถอน (เงื่อนไขตามธนาคารผู้ให้บริการบัตรเครดิต)

3. วางแผนเลือกใช้จ่ายสินค้าและบริการที่ผ่อนดอกเบี้ย 0% 

  • ความน่าสนใจของบัตรเครดิต คือ ธนาคารผู้ให้บริการจะร่วมมือกับธุรกิจต่าง ๆ ออกโปรโมชันกระตุ้นให้ลูกค้าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เช่น การผ่อนสินค้าและบริการด้วยดอกเบี้ย 0% ทำให้คุณไม่ต้องควักเงินก้อนจำนวนมาก มาจ่ายค่าสินค้าในงวดเดียว ช่วยให้มีเงินสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ดังนั้นก่อนจะซื้ออะไร เจ้าของบัตรเครดิตควรตรวจสอบโปรโมชันให้รอบคอบเพื่อปกป้องสิทธิ์ที่เราควรจะได้

บัตรเครดิตโลตัส แพลทินัม บียอนด์ รับโลตัสมันนี่คอยน์สูงสุด 6 เท่า*

สมัครบัตรเครดิตใช้จ่ายโลตัสคุ้มค่า เพราะเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่โลตัสเมื่อไหร่ก็ได้รับทั้งเครดิตเงินคืน, โลตัสมันนี่คอยน์ 

  • รับโลตัสมันนี่คอยน์ สูงสุด 6 เท่า* จากยอดใช้จ่ายที่โลตัสทุกสาขาและโลตัสช้อปออนไลน์
  • เอาใจคนมีรถด้วยเครดิตเงินคืน 3%* เมื่อเติมน้ำมันเติมน้ำมันสูงสุด 700 บาทต่อเซลล์สลิปที่ปั๊มบางจาก สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
  • ผ่อน 0% ได้ทุกชิ้น ทั้งห้างโลตัส นาน 3 เดือน*

บัตรเครดิตโลตัส แพลทินัม รีวอร์ด รับโลตัสมันนี่คอยน์สูงสุด 4 เท่า*

สมัครบัตรเครดิต ใช้จ่ายโลตัสคุ้มกว่าเงินสด เพราะเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่โลตัสเมื่อไหร่ก็ได้รับทั้งเครดิตเงินคืน, โลตัสมันนี่คอยน์ 

  • รับโลตัสมันนี่คอยน์ สูงสุด 4 เท่า* จากยอดใช้จ่ายที่โลตัสทุกสาขาและโลตัสช้อปออนไลน์
  • เอาใจคนมีรถด้วยเครดิตเงินคืน 2%* เมื่อเติมน้ำมันเติมน้ำมันสูงสุด 700 บาทต่อเซลล์สลิปที่ปั๊มบางจาก สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
  • ผ่อน 0% ได้ทุกชิ้น ทั้งห้างโลตัส นาน 3 เดือน*

คำถามที่พบบ่อย เรื่องดอกเบี้ยบัตรเครดิต


ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคืออะไร?

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคืออัตราค่าบริการที่ธนาคารเรียกเก็บเมื่อผู้ถือบัตรไม่ชำระเต็มจำนวนตามกำหนด อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 16% ต่อปี คำนวณจากยอดค่าใช้จ่ายจริงที่ยังไม่ได้ชำระ

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเกิดจากอะไรบ้าง?

เกิดจาก 3 กรณีหลัก: (1) จ่ายค่าบัตรขั้นต่ำไม่เต็มจำนวน ดอกเบี้ยคิดจากวันที่รูดบัตร (2) จ่ายช้ากว่ากำหนด ดอกเบี้ยคิดตามจำนวนวันที่ล่าช้า (3) เบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิต คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันเบิกถอน

ระยะปลอดหนี้บัตรเครดิตคืออะไร?

ระยะปลอดหนี้คือช่วงเวลา 25-55 วันที่ธนาคารไม่คิดดอกเบี้ยกับผู้ถือบัตรที่ชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวนตามกำหนดสม่ำเสมอ หากเลือกชำระขั้นต่ำเมื่อใด สิทธิ์ระยะปลอดหนี้จะถูกยกเลิกอัตโนมัติ

ใช้บัตรเครดิตยังไงไม่ให้เสียดอกเบี้ย?

หลักการ 3 ข้อ: (1) วางแผนงบให้จ่ายบัตรเครดิตเต็มจำนวนตามกำหนด (2) วางแผนบริหารเงินไม่ให้เบิกถอนเงินสดในบัตร (3) เลือกใช้จ่ายสินค้าและบริการที่ผ่อนดอกเบี้ย 0% เช่น ผ่อน 0% ที่โลตัส

จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำดีหรือไม่?

ไม่แนะนำ การจ่ายขั้นต่ำทำให้ต้องเสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี จากยอดที่เหลือ คำนวณตั้งแต่วันที่รูดบัตร และยังทำให้สิทธิ์ระยะปลอดหนี้ถูกยกเลิก ทางที่ดีควรวางแผนชำระเต็มจำนวนเสมอ

เบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิตเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

เสีย 2 ส่วน: (1) ค่าธรรมเนียม 3% ของจำนวนเงินสดที่เบิกถอน (2) ดอกเบี้ย 16% ต่อปี คิดตั้งแต่วันที่เบิกถอน ไม่มีระยะปลอดหนี้ จึงควรเลี่ยงและใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

ใช้บัตรเครดิตเท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี โดยสมัครบัตรเครดิตโลตัส ด้วยแอปพลิเคชัน UCHOOSE เพื่อเข้าร่วมโปรโมชั่น สะดวก ง่าย และปลอดภัย ทั้งยังสามารถเช็กสถานะการสมัครได้ทุกขั้นตอน รวมถึงการปรับเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตได้ด้วย ที่สำคัญได้รับโปรโมชันบัตรเครดิต สิทธิประโยชน์สุดคุ้ม จากโลตัส มันนี่ พลัส ก่อนใคร 

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
ประเภท: บัตรเครดิต