ย้ายบ้านใหม่ต้องซื้ออะไรบ้าง? รวมของใช้จำเป็น
เตรียมพร้อมก่อนเข้าอยู่
การย้ายเข้าบ้านใหม่มักมีเรื่องให้จัดการหลายอย่าง ตั้งแต่เตรียมพื้นที่ ขนย้ายของ ไปจนถึงจัดหาของใช้ที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน หลายครอบครัวกังวลว่า ย้ายบ้านใหม่ต้องซื้ออะไรบ้าง เพื่อให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตตั้งแต่วันแรกโดยไม่ขาดตกบกพร่อง บางคนซื้อของมากเกินไปจนล้นพื้นที่ ในขณะที่บางคนลืมของสำคัญจนต้องขับรถออกไปซื้อซ้ำหลายรอบ บทความนี้ได้รวบรวมเช็กลิสต์ของใช้ที่ต้องมี พร้อมเคล็ดลับการจัดสรรงบประมาณมาฝากกัน
เช็กลิสต์ของใช้ที่ต้องซื้อเมื่อย้ายบ้านใหม่
ของใช้ที่ต้องเตรียมอาจแตกต่างกันตามขนาดบ้าน จำนวนสมาชิก และรูปแบบการใช้ชีวิต แต่ถ้าอยากเริ่มทำรายการแบบง่าย ๆ ลองแบ่งของที่ต้องซื้อออกเป็นหมวดหลัก ๆ ดังนี้
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรเตรียมให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน

เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นของกลุ่มใหญ่ที่ควรวางแผนก่อนซื้อ เพราะแต่ละชิ้นมีทั้งราคา ขนาด และพื้นที่ติดตั้งเข้ามาเกี่ยวข้อง ลองเริ่มจากของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แล้วค่อยเพิ่มเครื่องใช้ที่ช่วยอำนวยความสะดวกภายหลัง เช่น
- ตู้เย็น
- เครื่องปรับอากาศ
- เครื่องทำน้ำอุ่น
- เครื่องซักผ้า
- โคมไฟหรืออุปกรณ์ให้แสงสว่าง
หากมีงบจำกัด ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างพร้อมกัน ควรเรียงลำดับจากของที่ต้องใช้ทันทีและเหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในบ้าน
ชุดเครื่องนอนและของใช้สำหรับจัดพื้นที่พักผ่อนให้พร้อม

ห้องนอนเป็นพื้นที่ที่ควรเตรียมให้พร้อมตั้งแต่วันแรก โดยควรเช็กขนาดเตียงและพื้นที่ในห้องก่อนเลือกซื้อ เพื่อให้ของแต่ละชิ้นพอดีกับพื้นที่จริง รายการที่ควรเตรียมมีตั้งแต่ของใช้บนเตียงไปจนถึงของใช้ภายในห้อง เช่น
- ที่นอนและหมอน
- ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน
- ผ้าห่ม
- ผ้าม่าน
- ไม้แขวนเสื้อ
- ตะกร้าหรือกล่องสำหรับจัดเก็บของ
หากมีสมาชิกหลายคน ควรทำรายการแยกตามห้อง เพื่อให้เห็นจำนวนของที่ต้องซื้อและลดโอกาสซื้อขาดหรือซื้อเกินความจำเป็น
อุปกรณ์จัดเก็บของสำหรับจัดบ้านให้เป็นระเบียบตั้งแต่เริ่มเข้าอยู่

หลังย้ายบ้านมักมีของหลายประเภทที่ต้องจัดเข้าที่ ทั้งเสื้อผ้า เอกสาร ของใช้ในครัว และของจุกจิก ก่อนซื้ออุปกรณ์จัดเก็บ ควรสำรวจว่ามีของประเภทไหนบ้างและบริเวณที่จะนำไปจัดวางมีขนาดเท่าไร จากนั้นจึงเลือกของที่เหมาะกับพื้นที่ เช่น
- กล่องเก็บของ สำหรับเสื้อผ้า ของใช้ หรือของที่ไม่ค่อยได้หยิบ
- ชั้นวางของ สำหรับเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในห้องต่าง ๆ
- ตู้ลิ้นชัก สำหรับของชิ้นเล็กและเอกสาร
- กล่องแบ่งช่อง สำหรับจัดระเบียบของภายในลิ้นชักหรือตู้
- ตะกร้าเก็บของ สำหรับของที่ต้องหยิบใช้เป็นประจำ
การวัดพื้นที่ก่อนซื้อจะช่วยให้เลือกขนาดได้เหมาะสม และลดปัญหาซื้อมาแล้ววางไม่พอดีกับพื้นที่จริง
อุปกรณ์ทำความสะอาดและซักล้างที่ควรมีติดบ้านตั้งแต่วันแรก

ช่วงย้ายเข้าบ้านใหม่มักมีทั้งฝุ่น เศษกล่อง และสิ่งสกปรกจากการขนย้าย จึงควรเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้ให้พร้อมก่อนเริ่มจัดบ้าน เช่น
- ไม้กวาดและที่โกยผง
- ไม้ถูพื้นและถังน้ำ
- ผ้าเช็ดพื้นและผ้าเช็ดทำความสะอาด
- น้ำยาทำความสะอาด
- ถุงขยะ
- น้ำยาซักผ้าหรือผลิตภัณฑ์ซักล้างที่ใช้เป็นประจำ
ชุดจานชามและอุปกรณ์ในครัวสำหรับเตรียมอาหารและใช้งานประจำวัน

สำหรับบ้านที่ทำอาหารเอง ควรเริ่มจากอุปกรณ์ที่ใช้กับมื้ออาหารในชีวิตประจำวันก่อน แล้วค่อยเพิ่มของที่จำเป็นตามรูปแบบการทำอาหาร โดยรายการพื้นฐานอาจประกอบด้วย
- จานและชาม
- แก้วน้ำ
- ช้อนและส้อม
- มีดและเขียง
- หม้อและกระทะ
- ภาชนะสำหรับเก็บอาหาร
หากยังไม่แน่ใจว่าจะทำอาหารบ่อยแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์จำนวนมากในครั้งแรก การเริ่มจากของที่ใช้จริงจะช่วยควบคุมทั้งงบประมาณและพื้นที่จัดเก็บได้ง่ายกว่า
ของใช้เบ็ดเตล็ดที่มักนึกไม่ถึงแต่ควรมีสำรองไว้ในบ้าน

ของใช้ชิ้นเล็กอาจไม่ใช่รายการแรกที่นึกถึงตอนเตรียมย้ายบ้าน แต่หลายอย่างจำเป็นเมื่อถึงเวลาต้องใช้งาน เช่น
- ปลั๊กพ่วง
- ถ่านไฟฉาย
- หลอดไฟ
- กรรไกรและเทปกาว
- ไขควงหรืออุปกรณ์ซ่อมแซมเบื้องต้น
- อุปกรณ์แขวนของ
- อุปกรณ์สำหรับจัดเก็บสายไฟ
วิธีเลือกซื้อของเข้าบ้านใหม่ให้ครบโดยไม่ซื้อเกินจำเป็น
หลังจากได้รายการของที่ต้องการแล้ว ขั้นต่อไปคือการจัดลำดับก่อนซื้อ เพราะของบางอย่างต้องใช้ตั้งแต่วันแรก ขณะที่บางชิ้นสามารถรอได้ การวางแผนตามขั้นตอนต่อไปนี้จะช่วยให้ควบคุมทั้งพื้นที่และค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น
1. วัดพื้นที่และขนาดของใช้ก่อนซื้อให้พอดีกับบ้าน
ก่อนซื้อของชิ้นใหญ่ควรวัดพื้นที่จริงที่จะนำไปวาง ทั้งความกว้าง ความลึก และความสูง โดยเฉพาะตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตู้เก็บของ ชั้นวาง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ นอกจากขนาดสินค้าแล้ว อย่าลืมเผื่อพื้นที่สำหรับเปิดประตู เสียบปลั๊ก และใช้งานรอบตัวเครื่อง หากเป็นบ้านที่มีทางเดินหรือประตูแคบ ควรวัดเส้นทางสำหรับขนของเข้าบ้านไว้ล่วงหน้าด้วย จะได้ไม่เจอปัญหาสินค้าขนาดพอดีกับพื้นที่แต่ขนเข้าบ้านไม่ได้
2. แยกของที่ต้องใช้ทันทีออกจากของที่สามารถซื้อภายหลังได้
ของทุกอย่างในบ้านไม่ได้จำเป็นต้องซื้อพร้อมกัน ลองแบ่งรายการออกเป็นของที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก เช่น ที่นอน เครื่องนอน อุปกรณ์ทำความสะอาด ของใช้ในห้องน้ำ และเครื่องใช้พื้นฐาน กับของที่ยังรอได้ เช่น ของตกแต่ง ชั้นวางเพิ่มเติม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้เป็นประจำ การแบ่งแบบนี้ช่วยให้จัดงบได้ง่ายขึ้น และยังเปิดโอกาสให้ลองอยู่ในบ้านก่อนว่าพื้นที่ไหนต้องการของอะไรเพิ่มเติมจริง ๆ
3. เปรียบเทียบราคา ขนาด และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า
สินค้าประเภทเดียวกันอาจมีหลายขนาด หลายรุ่น และหลายระดับราคา จึงควรดูรายละเอียดมากกว่าราคาหน้าป้ายเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของชิ้นใหญ่ ควรเปรียบเทียบขนาด ฟังก์ชัน การรับประกัน และบริการหลังการขายควบคู่กัน
4. รวมรายการซื้อเป็นหมวดและกำหนดงบแยกไว้ก่อนออกไปช้อป
ลองแบ่งเป็นหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ อุปกรณ์ทำความสะอาด และของใช้ทั่วไป แล้วกำหนดงบคร่าว ๆ ให้แต่ละหมวด จากนั้นค่อยนำราคาสินค้าที่สนใจมาเทียบกับงบ หากบางรายการมีราคาสูงกว่าที่ตั้งไว้ จะได้ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกรุ่นอื่น เลื่อนการซื้อ หรือปรับงบจากหมวดที่ยังไม่จำเป็น
5. วางแผนใช้บัตรเครดิตสำหรับซื้อของเข้าบ้านให้เหมาะกับงบที่มี
หากต้องซื้อของหลายรายการในช่วงย้ายบ้าน การใช้บัตรเครดิตอาจช่วยจัดการค่าใช้จ่ายและรับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของบัตรได้ สำหรับคนที่ซื้อของที่โลตัสเป็นประจำ อาจพิจารณาบัตรเครดิตโลตัสที่มีสิทธิประโยชน์ “โลตัสมันนี่คอยน์” จากการใช้จ่ายที่โลตัสและโลตัสช้อปออนไลน์ตามเงื่อนไขของแต่ละบัตร
อย่างไรก็ตาม ควรเลือกวิธีชำระเงินจากงบที่สามารถรับผิดชอบได้ และตรวจสอบโปรโมชันบัตรเครดิตก่อนซื้อทุกครั้ง โดยเฉพาะสินค้าชิ้นใหญ่ที่มีรายการผ่อนชำระ
คำถามที่พบบ่อย FAQ
ควรเริ่มทยอยซื้อของเข้าบ้านใหม่ล่วงหน้ากี่สัปดาห์
หากเป็นไปได้ ควรเริ่มทำรายการล่วงหน้าประมาณ 2–4 สัปดาห์ก่อนย้ายเข้า เพื่อมีเวลาวัดพื้นที่ เปรียบเทียบราคา และจัดลำดับของที่จำเป็น แต่ไม่ควรซื้อทุกอย่างเร็วเกินไป โดยเฉพาะอาหารและของที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น
ย้ายบ้านใหม่ควรซื้อของอะไรก่อนเป็นอันดับแรก
ควรเริ่มจากของที่ต้องใช้ทันทีหลังย้ายเข้า เช่น ที่นอน เครื่องนอน อุปกรณ์ทำความสะอาด ของใช้ในห้องน้ำ และของใช้ในครัวพื้นฐาน จากนั้นจึงค่อยเติมเครื่องใช้ไฟฟ้าและของตกแต่งตามความจำเป็น
เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรที่ควรซื้อก่อนย้ายเข้า
ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิต แต่โดยทั่วไปควรพิจารณาจากเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัย เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องซักผ้า หากมีงบจำกัดสามารถจัดลำดับตามความจำเป็นและทยอยซื้อได้
ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่พร้อมกันทีเดียวหรือทยอยซื้อทีละชิ้นดีกว่า
ควรดูทั้งงบประมาณ พื้นที่ และความจำเป็นในการใช้งาน หากมีงบเพียงพอและสินค้าทุกชิ้นจำเป็นต้องใช้ตั้งแต่เริ่มเข้าอยู่ การซื้อพร้อมกันอาจจัดการรายการได้ง่ายกว่า แต่ถ้ายังมีของบางชิ้นที่รอได้ การทยอยซื้อจะช่วยกระจายค่าใช้จ่าย
หากต้องการใช้บัตรเครดิตโลตัสผ่อนชำระเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถทำได้หรือไม่
สามารถผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0%* นานสูงสุด 10 เดือน ที่แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โลตัส เฉพาะสินค้าและสาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น (1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69)
สรุปบทความ
การเตรียมของเข้าบ้านใหม่ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างให้ครบในครั้งเดียว หากเริ่มจากของที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วค่อยเติมรายการที่ยังรอได้ตามความจำเป็น จะช่วยให้จัดงบและพื้นที่ได้ง่ายขึ้น การทำเช็กลิสต์แยกตามห้องหรือหมวดของใช้ พร้อมสำรวจพื้นที่และเปรียบเทียบสินค้าก่อนซื้อ ก็ช่วยลดทั้งของที่ซื้อซ้ำและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
(ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี)
โลตัส มันนี่ พลัส ผู้ให้บริการบัตรเครดิตโลตัส ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การแบ่งชำระ หรือการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมสิทธิประโยชน์ที่คัดสรรมาให้ใช้งานได้จริง และบริการที่เข้าถึงง่ายผ่านเคาน์เตอร์โลตัส มันนี่ พลัส ทั่วประเทศ ช่วยให้การจัดการเรื่องเงินเป็นเรื่องสะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้นในทุกวัน
สนใจบริการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส ที่ห้างโลตัสกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
- Call Center: โทร. 1712
- เว็บไซต์: www.lotussmoney.com
- Facebook: Lotus’s Money Plus
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด
- บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
คุณรับทราบว่าการเลื่อนปุ่มสถานะคุกกี้นี้เป็นสีเขียวเท่ากับว่าคุณให้ความยินยอมกับเราในการเปิดเผยข้อมูลที่ได้จากคุกกี้ให้กับผู้ให้บริการภายนอกทั้งในและต่างประเทศ เช่น ผู้ให้บริการด้านการวิจัย การวิเคราะห์ การตลาดและการโฆษณา ผู้ให้บริการผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ เพื่อ