ประกันภัยรถไฟฟ้าคุ้มครองอะไรบ้าง เช็กก่อนซื้อประกันภัย

รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมอย่างมากบนท้องถนน แต่คำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจซื้อรถประเภทนี้คือ ประกันภัยรถไฟฟ้า คุ้มครองอะไรบ้าง เพราะรถ EV มีชิ้นส่วนเฉพาะตัวที่มีมูลค่าสูงอย่างแบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟ การทำความเข้าใจเงื่อนไขของกรมธรรม์จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้การตัดสินใจซื้อกรมธรรม์มีความคุ้มค่าและตอบสนองการใช้งานจริงมากที่สุด บทความนี้สรุปภาพรวมแบบเข้าใจง่าย พร้อมอัปเดตเงื่อนไขใหม่ที่ควรรู้ เพื่อให้เลือกแผนได้ตรงกับการใช้งานจริงมากขึ้น
ประกันภัยรถไฟฟ้า คุ้มครองอะไรบ้าง
ประกันภัยรถไฟฟ้า คุ้มครองเหมือนรถยนต์ทั่วไป แต่มีรายละเอียดเฉพาะเพิ่มเข้ามา นั่นคือแบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์จ
ความคุ้มครองหลัก
- ความเสียหายต่อตัวรถ เช่น อุบัติเหตุ ไฟไหม้ รถหาย
- ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน
- อุบัติเหตุส่วนบุคคลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
- ค่ารักษาพยาบาลและค่าประกันตัวผู้ขับขี่
- ความคุ้มครองแบตเตอรี่รถไฟฟ้า
- ความคุ้มครองเครื่องชาร์จและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นกลุ่มรถยนต์ที่ยังค่อนข้างใหม่ และชิ้นส่วนสำคัญอย่างแบตเตอรี่มีมูลค่าสูงมาก การพิจารณาเลือกซื้อความคุ้มครองจึงแนะนำประกันภัยชั้น 1 เพราะครอบคลุมความเสี่ยงสูงสุด ทั้งอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ รวมถึงดูแลความเสียหายของแบตเตอรี่จากอุบัติเหตุอย่างครอบคลุม ช่วยให้อุ่นใจได้ในทุกการขับขี่
อัปเดตประกันภัยรถไฟฟ้าล่าสุด มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

สำนักงาน คปภ. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อรองรับผู้ใช้งานรถ EV โดยเฉพาะ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
การระบุชื่อผู้ขับขี่
เกณฑ์ใหม่เปิดกว้างให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกได้ว่าจะระบุชื่อผู้ขับขี่หรือไม่ หากต้องการระบุชื่อ สามารถใส่ชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 5 คน ซึ่งการระบุชื่อจะช่วยให้มีโอกาสได้รับส่วนลดประวัติดี 40% และส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ 40% แต่หากเลือกแบบไม่ระบุชื่อ ก็ยังสามารถขอเอาประกันภัยได้ตามปกติเพียงแต่อาจจะพลาดส่วนลดพิเศษบางส่วนไป โดยเกณฑ์นี้จะใช้จนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2569 เท่านั้น
ระบบเก็บข้อมูลและพฤติกรรมการขับขี่
หากเลือกระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ บริษัทประกันภัยจะทำการเก็บข้อมูลประวัติการเกิดอุบัติเหตุของผู้ที่มีรายชื่อทุกคน หากไม่มีประวัติการชนเลย ข้อมูลส่วนนี้จะถูกนำไปประเมินเพื่อลดค่าเบี้ยประกันภัยในปีถัดไป แต่หากมีคนใดคนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุ ระดับคะแนนพฤติกรรมจะถูกปรับลดลงมายังจุดเริ่มต้น
ความคุ้มครองแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งาน
กรมธรรม์ฉบับใหม่กำหนดการชดเชยค่าเสียหายแบบคิดค่าเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน โดยปีแรกจะรับผิดชอบ 100% ของราคาแบตเตอรี่และลดตามอายุการใช้งานปีละ 10% ตามความเสื่อม ดังนี้
- อายุการใช้งานไม่เกิน 1 ปี คุ้มครอง 100%
- อายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี คุ้มครอง 90%
- อายุการใช้งานไม่เกิน 3 ปี คุ้มครอง 80%
- อายุการใช้งานไม่เกิน 4 ปี คุ้มครอง 70%
- อายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี คุ้มครอง 60%
- อายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป คุ้มครอง 50%
นอกจากสัดส่วนความรับผิดชอบที่ลดลงตามการใช้งานแล้ว ยังมีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่ผู้เอาประกันภัยควรทราบ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเอง
- สิทธิ์รับส่วนแบ่งจากการขายซากแบตเตอรี่ กรรมสิทธิ์ในซากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นของผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย โดยแบ่งตามสัดส่วนเดียวกับอัตราการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแบตเตอรี่ ในกรณีที่ตกลงให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้ดำเนินการจำหน่ายซากแบตเตอรี่ที่ถูกเปลี่ยน บริษัทจะนำรายได้จากการจำหน่ายมาแบ่งคืนให้ผู้เอาประกันภัยตามสัดส่วนดังกล่าว
- การปรับเพิ่มทุนประกันหลังเปลี่ยนแบตเตอรี่ เมื่อทำการติดตั้งแบตเตอรี่ลูกใหม่เสร็จสิ้น ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิ์แจ้งขอปรับทุนประกันให้กลับมาครอบคลุมแบตเตอรี่ใหม่ 100% โดยต้องแจ้งให้บริษัททราบภายใน 30 วัน ซึ่งอาจมีการเรียกเก็บค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมตามข้อกำหนด
ความคุ้มครองเครื่องชาร์จส่วนบุคคล (Wall Charger) และอุปกรณ์เสริม (ขึ้นอยู่กับแผนของแต่ละบริษัทประกันภัย)
ใครที่กังวลเรื่องอุปกรณ์ชาร์จไฟ ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับเครื่องชาร์จติดผนังและอุปกรณ์เสริมได้ตามต้องการ โดยจะดูแลครอบคลุมถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวเครื่องชาร์จโดยตรง รวมถึงเหตุไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นในระหว่างการเสียบชาร์จไฟ
สำหรับการคิดอัตราค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมจะคำนวณตามสัดส่วนมูลค่าของเครื่องชาร์จ หรืออ้างอิงตามข้อกำหนดของแต่ละบริษัทประกันภัย เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุด แนะนำให้สอบถามรายละเอียดขอบเขตการดูแลและเงื่อนไขต่าง ๆ จากบริษัทประกันภัยให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ เนื่องจากบางบริษัทประกันจะมีความคุ้มครองเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (Wall Charger) และสายชาร์จรวมอยู่ในกรมธรรม์ด้วย
ข้อจำกัดที่ควรรู้ ประกันภัยรถไฟฟ้า ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง
- ความเสียหายของระบบซอฟต์แวร์ที่เกิดจากปัจจัยภายนอก หรือการถูกเจาะระบบทางไซเบอร์
- เครื่องชาร์จส่วนบุคคลที่ไม่ได้ผลิตมาจากโรงงานของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนั้น ๆ โดยตรง
- การดัดแปลงระบบไฟฟ้าหรือนำรถไปซ่อมกับอู่ที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่บริษัทประกันภัยระบุไว้
ประกันภัยรถไฟฟ้า กับ ประกันภัยรถยนต์ทั่วไป ต่างกันตรงไหน
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ความคุ้มครองชิ้นส่วนเฉพาะทาง ประกันภัยรถยนต์ทั่วไปจะดูแลตัวถัง เครื่องยนต์ และบุคคลภายนอก แต่เมื่อเป็นรถไฟฟ้าจะเพิ่มรายละเอียดเรื่องแบตเตอรี่ สายชาร์จ และเครื่องชาร์จติดผนังเข้ามา ส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยของรถไฟฟ้ามีราคาสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปประมาณ 10-20% เนื่องจากค่าอะไหล่และเทคโนโลยีที่ใช้มีความซับซ้อนกว่า
เช็กลิสต์ 4 ข้อที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อประกันภัยรถไฟฟ้า
1. ตรวจสอบความคุ้มครองแบตเตอรี่อย่างละเอียด
สอบถามบริษัทประกันภัยถึงเปอร์เซ็นต์การชดเชยค่าเสียหายตามอายุการใช้งาน รวมถึงข้อยกเว้นต่าง ๆ ที่อาจทำให้เคลมไม่ได้ เช่น การนำรถไปขับลุยน้ำท่วมขังที่ระดับความลึกเกินกว่ามาตรฐานที่คู่มือรถกำหนด หรือการดัดแปลงระบบไฟฟ้านอกเหนือจากมาตรฐานโรงงาน การรู้เงื่อนไขเหล่านี้จะช่วยให้คุณประเมินค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่อาจต้องจ่ายเองในกรณีที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ยกชุด
2. เช็กความครอบคลุมของอุปกรณ์เสริมและ Wall Charger
ตรวจสอบว่า กรมธรรม์ครอบคลุมความเสียหายกรณีเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรืออุบัติเหตุระหว่างเสียบสายชาร์จหรือไม่ นอกจากนี้ต้องตรวจสอบเงื่อนไขการติดตั้ง เพราะบางบริษัทประกันภัยจะให้การดูแลเฉพาะเครื่องชาร์จที่แถมมาจากศูนย์บริการรถยนต์และติดตั้งโดยช่างที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากคุณซื้อเครื่องชาร์จยี่ห้ออื่นมาติดตั้งเองอาจต้องจ่ายเงินซื้อความคุ้มครองส่วนนี้เพิ่มเติม
3. เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
ค่าเบี้ยประกันภัยของรถไฟฟ้ามักจะสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป การเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายบริษัทจึงช่วยให้คุณได้แผนที่คุ้มค่าที่สุด ควรนำทุนประกันภัยมาพิจารณาควบคู่กับค่าเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละปี รวมถึงเช็กสิทธิประโยชน์เรื่องการระบุชื่อผู้ขับขี่ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้สูงสุดถึง 40% การใช้เวลาเปรียบเทียบข้อมูลเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้คุณได้กรมธรรม์ที่ดูแลครอบคลุมตามงบประมาณที่ตั้งไว้โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินความจำเป็น
4. ตรวจสอบรายชื่อศูนย์บริการและอู่ซ่อมรถ EV ที่รองรับ
ระบบของรถยนต์ไฟฟ้ามีความซับซ้อนและต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการซ่อมบำรุง ก่อนตัดสินใจซื้อกรมธรรม์จึงควรตรวจสอบรายชื่ออู่ซ่อมและศูนย์บริการในเครือข่ายของบริษัทประกันภัยนั้น ๆ ว่ามีศูนย์ที่รองรับรถแบรนด์ของคุณอยู่ใกล้บ้านหรือไม่ รวมถึงเช็กความพร้อมเรื่องการจัดหาอะไหล่ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะสามารถนำรถเข้าซ่อมได้อย่างรวดเร็ว
ซื้อประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า กับ โลตัส โบรคเกอร์ เปรียบเทียบง่าย ได้แผนที่ใช่
หากคุณกำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างครอบคลุม โลตัส โบรคเกอร์ พร้อมเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่จะทำให้การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ของคุณกลายเป็นเรื่องง่ายและได้แผนที่คุ้มค่าที่สุด โดยสามารถติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส ที่ห้างโลตัสกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำปรึกษาและเช็กเบี้ยประกันภัยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง หรือฝากข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม
ทำไมต้องเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์กับ โลตัส มันนี่ พลัส
- แบ่งจ่ายสบาย 0% นานสูงสุด 10 เดือน* รับสิทธิ์ผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ได้ทั้งเงินสด บัตรเครดิตโลตัส และบัตรเครดิตอื่น ๆ ที่ร่วมรายการ (กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3-15% ต่อปี)
- อุ่นใจกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ชั้นนำ มั่นใจในทุกกรมธรรม์เพราะคัดสรรเฉพาะบริษัทที่มีความมั่นคงน่าเชื่อถือ และมีขั้นตอนการรับเคลมที่ได้มาตรฐาน
- เปรียบเทียบแผนประกันภัยได้ในที่เดียว รวบรวมแผนประกันภัยรถยนต์จากบริษัทผู้รับประกันภัยต่าง ๆ มาไว้ให้เลือกตามความต้องการและงบประมาณของคุณอย่างอิสระ
- สะดวกทุกที่เคาน์เตอร์กว่า 200 สาขาทั่วประเทศ เลือกซื้อหรือต่ออายุประกันภัยรถยนต์ได้ง่าย ๆ ที่ โลตัส มันนี่ พลัส ในห้างโลตัสใกล้บ้านคุณทั่วประเทศ หรือโทรติดต่อสอบถามที่เบอร์ 02-627-8888
- ปรึกษาและเช็กเบี้ยประกันภัยฟรี มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำพร้อมช่วยเปรียบเทียบแผนประกันภัยรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณที่สุดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หากไม่ได้ระบุชื่อผู้ขับขี่ จะสามารถเคลมได้หรือไม่ ?
สามารถส่งเคลมได้ตามปกติและได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ประกันภัยรถไฟฟ้าคุ้มครองแบตเตอรี่ 100% จริงไหม ?
การรับผิดชอบค่าเสียหายจะขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ โดยจะรับผิดชอบเต็มจำนวน 100% เฉพาะในปีแรกเท่านั้น จากนั้นจะลดลงปีละ 10% ตามค่าเสื่อมสภาพ
แบตเตอรี่รถไฟฟ้าเสื่อมสามารถเคลมได้หรือไม่ ?
ประกันภัยครอบคลุมเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น หากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจากการใช้งานตามกาลเวลา จะไม่สามารถนำมาเบิกเคลมกับบริษัทประกันภัยได้ ต้องพิจารณาจากการรับประกันของค่ายรถยนต์แทน
สรุปบทความ
ความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้ามีรายละเอียดที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องของแบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟ การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าคันโปรดได้อย่างอุ่นใจและได้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์อย่างเต็มที่
บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการด้านการแนะนำประกันภัยที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ งบประมาณของคุณ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้นนำที่คัดสรรแล้ว พร้อมดูแลการชำระและแบ่งชำระเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยบริการที่เข้าถึงง่าย สะดวก ที่เคาน์เตอร์โลตัส มันนี่ พลัส
สนใจบริการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส ที่ห้างโลตัสกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
- โทร. 02 627 8888 (ศูนย์บริการโบรคเกอร์ประกันภัย)
- เว็บไซต์: www.lotussmoney.com
- Facebook: Lotus’s Money Plus
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด
- ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3%-15% ต่อปี
- บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี