เมาแล้วขับ เคลมประกันภัยรถยนต์ได้ไหม อัปเดตข้อมูลล่าสุด

อุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยมีสาเหตุหลักมาจากการเมาแล้วขับ ซึ่งนำไปสู่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล หลายคนที่มักจะดื่มสังสรรค์เป็นประจำอาจเคยมีข้อสงสัยว่า เมาแล้วขับประกันภัยจ่ายไหม หากพลาดพลั้งเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริง ๆ การทำความเข้าใจข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเมาแล้วขับรวมถึงเงื่อนไขการเคลมอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงได้แล้ว ยังช่วยเตือนสติให้วางแผนการเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย
ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเท่าไร ถึงเข้าข่ายความผิดข้อหา เมาแล้วขับ
พระราชบัญญัติจราจรทางบกระบุระดับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่ชัดเจนเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการเอาผิดผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับ โดยแบ่งเกณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่ม ดังต่อไปนี้
กฎหมาย 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ขับขี่ทั่วไปที่มีใบขับขี่
สำหรับผู้ขับขี่ทั่วไปที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและถือใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลแบบ 5 ปีหรือแบบตลอดชีพ อ้างอิงตามกฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ว่า หากตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะถือว่ามีความผิดฐานเมาแล้วขับทันที
กฎหมาย 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สำหรับมือใหม่และผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
สำหรับกลุ่มผู้ขับขี่ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ผู้ที่ถือใบขับขี่ชั่วคราว หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกพักใช้/เพิกถอนใบขับขี่ กฎหมายกำหนดเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่าผู้ขับทั่วไป โดยหากตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะถือว่ามีความผิดฐานเมาแล้วขับทันที
เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม

คำถามยอดฮิตที่หลายคนอยากรู้คือ เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม หากเกิดเหตุรถชนขึ้นมาจริง ๆ เรื่องนี้ต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วนตามประเภทของประกันภัยที่คุณถือครองอยู่ เพราะแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและข้อยกเว้นกรณีเมาแล้วขับที่แตกต่างกัน ดังนี้
พ.ร.บ. รถยนต์ (ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ)
หากเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุ พ.ร.บ. รถยนต์จะยังคงทำหน้าที่ให้ความคุ้มครองผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้นโดยไม่สนใจว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด โดยจะจ่ายค่ารักษาไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน และหากเกิดกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร พ.ร.บ. จะจ่ายสูงสุดไม่เกิน 35,000 บาทต่อคน
แต่อย่างไรก็ตามความคุ้มครองนี้จะจำกัดอยู่แค่ค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นหรือเงินชดเชยกรณีทุพพลภาพและเสียชีวิตตามวงเงินที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น พ.ร.บ. จะไม่จ่ายค่าซ่อมรถของคุณหรือรถคู่กรณีแต่อย่างใด ต้องจ่ายค่าความเสียหายของตัวรถทั้งหมดด้วยตัวเอง
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
สำหรับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ไม่ว่าคุณจะทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือชั้นใด เงื่อนไขระบุชัดเจนว่าหากผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ประกันภัยรถยนต์จะไม่คุ้มครองไม่ว่ากรณีใด ๆ เว้นแต่ว่าหากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงจะให้ความคุ้มครองทั้งผู้เอาประกันภัยและคู่กรณี
โทษทางกฎหมายเมื่อเมาแล้วขับ อัปเดตค่าปรับและบทลงโทษ
โทษจำคุกและค่าปรับกรณีเมาแล้วขับ ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ
หากเมาแล้วขับ แม้จะยังไม่เกิดอุบัติเหตุ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
หากทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี (นับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรก) จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 160 ตรี/1 มาตรา 160 ตรี/2 และมาตรา 160 ตรี/3 ถูกเพิ่มอัตราโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่ต่ำกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
โทษกรณีเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสหรือเสียชีวิต
ถ้าการเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 6 ปี โทษปรับตั้งแต่ 40,000 บาท ถึง 120,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยศาลสามารถสั่งพักใช้ใบขับขี่ได้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบขับขี่
กรณีเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท หรือจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปีและให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
บทลงโทษทันทีเมื่อปฏิเสธการเป่าแอลกอฮอล์ที่ด่านตรวจ
การขัดขืนหรือไม่ยอมทดสอบปริมาณแอลกอฮอล์ ให้สันนิษฐานไว้ว่า บุคคลนั้นเมาแล้วขับ และจะถูกดำเนินคดีด้วยบทลงโทษเดียวกันคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับสูงสุด 20,000 บาท รวมถึงถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
ข้อยกเว้นอื่น ๆ ที่ทำให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ปฏิเสธการเคลม
นอกจากการเมาแล้วขับ กรมธรรม์ยังมีข้อยกเว้นอื่น ๆ ที่ควรทราบเพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธความรับผิดชอบ หากเข้าข่ายพฤติกรรมเหล่านี้ บริษัทประกันภัยก็มีสิทธิ์ไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนเช่นกัน
- ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือใบอนุญาตหมดอายุและถูกเพิกถอนไปแล้ว
- นำรถไปใช้งานผิดประเภท เช่น ซื้อประกันรถส่วนบุคคลแต่นำไปรับจ้างเชิงพาณิชย์
- ขับรถไปใช้ในเส้นทางที่ผิดกฎหมาย หรือนำไปก่ออาชญากรรม
- อุบัติเหตุที่เกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษทุกชนิด
- การนำรถไปใช้ลากจูงรถคันอื่นจนเกิดความเสียหายโดยไม่ได้แจ้งบริษัทประกันภัย
ขับขี่อุ่นใจในทุกเส้นทาง เลือกประกันภัยรถยนต์จาก โลตัส โบรคเกอร์
แม้เราจะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเมาแล้วขับได้อย่างเคร่งครัด แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนก็อาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ การมีหลักประกันที่มั่นคงจะช่วยปกป้องคุณและรถคันโปรดในทุกเส้นทาง โลตัส โบรคเกอร์ นำเสนอแผนประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจด้วยบริการและสิทธิประโยชน์ที่จัดเต็มเพื่อผู้ใช้รถโดยเฉพาะ
- เปรียบเทียบแผนง่าย ได้ความคุ้มครองที่ใช่ รวบรวมแผนประกันภัยรถยนต์จากบริษัทประกันภัยชั้นนำไว้ในที่เดียว ช่วยให้คุณเปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันภัยและความคุ้มครองได้อย่างอิสระ เพื่อให้ได้แผนที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด
- แบ่งชำระ 0%* นานสูงสุด 10 เดือน ได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิตโลตัส รวมถึงบัตรเครดิตอื่น ๆ ที่ร่วมรายการ
- เข้าถึงง่ายผ่านเคาน์เตอร์กว่า 200 สาขาทั่วประเทศ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล หรือต่างจังหวัด ก็สามารถเดินเข้าไปทำเรื่องซื้อหรือต่ออายุประกันภัยรถยนต์ได้ทันทีที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส ภายในห้างโลตัสสาขาใกล้บ้าน
- บริการให้คำปรึกษาและเช็กเบี้ยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากยังลังเลว่าควรเลือกแผนไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด สามารถขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และเช็กเบี้ยประกันภัยรถยนต์ก่อนตัดสินใจ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เมาแล้วขับแต่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ มีความผิดหรือไม่ ?
มีความผิดทันทีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าคุณมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกำหนด สามารถถูกดำเนินคดีจับกุมเพื่อรับโทษปรับและจำคุกได้ทันทีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ดื่มแล้วให้คนอื่นขับแทน ส่งผลต่อประกันภัยรถยนต์ไหม ?
หากอยู่ในอาการมึนเมาแล้วให้เพื่อนหรือบุคคลอื่นที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นผู้ขับรถแทน ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า โดยหากเกิดเหตุขึ้น บริษัทประกันภัยรถยนต์ยังสามารถให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ได้ตามปกติ เนื่องจากผู้ขับขี่ในขณะเกิดเหตุไม่ได้กระทำผิดข้อหาเมาแล้วขับ
อย่างไรก็ตาม ก่อนให้ผู้อื่นขับรถแทน ควรตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์เพิ่มเติมว่าเป็นประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่หรือไม่ เพราะหากผู้ขับขี่ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในกรมธรรม์ ขับไปชนและเป็นฝ่ายผิด ประกันยังคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แต่เราจะต้องจ่าย "ค่าความเสียหายส่วนแรก" ก่อนที่ประกันจะรับผิดชอบส่วนที่เหลือ
นอนในรถหลังดื่มแอลกอฮอล์ ถือว่าเมาแล้วขับหรือเปล่า ?
สถานการณ์นี้ต้องดูพฤติการณ์เป็นหลัก หากคุณดับเครื่องยนต์และนอนพักในตำแหน่งผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่จะมองว่าคุณไม่มีเจตนาขับรถ แต่ถ้าคุณนั่งอยู่ในฝั่งคนขับและสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ แม้รถจะจอดนิ่งสนิท ศาลอาจตีความว่าคุณอยู่ในสถานะเตรียมพร้อมขับขี่และมีโอกาสถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับได้
สรุปบทความ
การทำความเข้าใจเรื่องเมาแล้วขับและเงื่อนไขของประกันภัยรถยนต์ ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้อย่างรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะในวันที่มีการสังสรรค์ การเลือกทางกลับบ้านที่ปลอดภัย เช่น ให้คนที่ไม่ดื่มขับแทน หรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ จะช่วยลดความเสี่ยงทั้งต่อชีวิตและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เมื่อขับขี่อย่างมีสติและอยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครอง ประกันภัยรถยนต์ก็ยังคงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ดูแลค่าเสียหายได้อย่างเต็มที่ ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างอุ่นใจ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้นในทุกเส้นทาง
บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการด้านการแนะนำประกันภัยที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ งบประมาณของคุณ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้นนำที่คัดสรรแล้ว พร้อมดูแลการชำระและแบ่งชำระเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยบริการที่เข้าถึงง่าย สะดวก ที่เคาน์เตอร์โลตัส มันนี่ พลัส
สนใจบริการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส ที่ห้างโลตัสกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
- โทร. 02 627 8888 (ศูนย์บริการโบรคเกอร์ประกันภัย)
- เว็บไซต์: www.lotussmoney.com
- Facebook: Lotus’s Money Plus
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด
- ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3%-15% ต่อปี
- บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี